โครงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม
ในการดำเนินงานสาธารณสุขของประเทศไทย พบว่าโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุที่มีการเจ็บป่วย และตายเป็นปัญหาสำคัญสาธารณสุขที่สำคัญของสตรีในประเทศไทย โดนในแต่ละปีมีประมาณการผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่จำนวน 528,000 ราย และมากกว่า 566,000 รายเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่อายุประมาณ 30 – 50 ปีซึ่งที่ผ่านมาใช้วิธีการตรวจมะเร็ง ปากมดลูกด้วยการตรวจ Pap Smear และหากตรวจทุก ๒ ปี สามารถลดการเป็นมะเร็งระยะลุกลามได้ ๙๒ % ถึงแม้กระบวนการตรวจเพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูก จะง่ายสะดวกราคาถูก แต่ยังพบว่าสตรีจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญ ทำให้การตรวจทำได้จำกัด ไม่ครอบคลุม ส่วนโรคมะเร็งเต้านม ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติในระยะเริ่มต้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นและสำคัญที่ต้องตรวจค้นหามะเร็งเต้านมใน ระยะเริ่มต้น การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก การค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นสามารถรักษา ให้หายขาดได้และการรักษาอาจท้าได้โดยการตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทั้งเต้านม ในทางตรงกันข้ามหากไม่มีการตรวจค้นหามะเร็งเต้านม รอจนกระทั่งมีอาการผิดปกติ มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ แล้ว และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงกำหนดให้สถานบริการมีความพร้อมในการให้บริการอย่างบูรณาการของ การส่งเสริมป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเต้านมร้อยละ 70 และลดอัตราการตายจากโรงมะเร็งเต้านมไม่เกิน 40 ต่อแสนประชากร และแผนยุทธศาสตร์จังหวัดยะลา ปี 2555 ได้กำหนดให้อันตรายจากโรคมะเร้งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 45 ต่อแสนประชากร จากข้อมูลดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพธารน้ำทิพย์ มีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในปีงบประมาณ 2564 ร้อยละ 20 ตรวจพบว่า ไม่มีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ในปีงบประมาณ 2564 การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกคิดเป็นร้อยละ 11.60 ดังนั้นการดำเนินการที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค โดยการให้ความรู้การสร้างความตระหนักตลอดจนการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ในประชากรกลุ่มเสี่ยงและประชากรทั่วไปอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก เพื่อลดอัตราป่วย และตายด้วยโรคดังกล่าว ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม ในประชากร อายุ 30 – 70 ปี เพื่อป้องกันเฝ้าระวังและลดอัตราป่วย-ตาย ด้วยโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
7.1. ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรม และคณะทำงานจำนวน 70 คน ๆ ละ 1มื้อ ๆละ 60 บาท จำนวน 1 วันเป็นเงิน4,200 บาท 7.2. ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มผู้เข้าการอบรม และคณะทำงานจำนวน 70 คน ๆ 2 มื้อ ๆ ละ
25 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน3,500 บาท 7.3. ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน1,800 บาท 7.4. ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ ได้แก่ ชุดโมเดลฝึกตรวจเต้านม คู่มือการฝึกตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นเงิน 5,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น14,900 บาท (เงินหนึ่งหมื่นสี่พันเก้าร้อยบาทถ้วน) หมายเหตุทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยกันได้ถึง14900.00 บาท
9.1. ประชากร อายุ 30 – 70 ปีมีสุขภาพดีขึ้นปราศจากโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม 9.2. ประชากร อายุ 30 – 70 ปีมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม 9.3. ประชากรหญิงอายุ 30 – 70 ปีมีการป้องกันตนเองในเรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม 9.4 ประชากรหญิงอายุ 30 – 70 ปีสามารถตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้
