โครงการดูแลเชิงรุกที่บ้านโรคความดันโลหิตสูงแลโรคเบาหวาน ม.8
-
นางปราณี นานอน
-
นางสุภาภรณ์ นานอน
-
นางวันเพ็ญ ยอดทอง
-
นายสวัสดิ์ ไขศิลป์
-
นางสุธาทิพย์นานอน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน80.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง80.00
โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย พิการและเสียชีวิต ตลอดจนเป็นภาระต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขทั้งของ ภาครัฐ เอกชน และสถานบริการทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิต่างแออัดไปด้วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สำหรับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า รายหัวประชากรจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอ ต่อการใช้จ่ายในการรักษาบุคลากร การจัดสถานที่และเครื่องมือ แพทย์ต่างๆ ในขณะที่งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคความดัน โลหิตสูงและเบาหวาน มีการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยมีเป้าหมายประชากรกลุ่มอายุ 15 ปี ขึ้นไปทุกรายต้องได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรค ด้วยการสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถาม การวัดความดันโลหิตการชั่งน้ำหนัก วัดความสูง และการวัดเส้นรอบพุง เพื่อค้นหาพฤติกรรมเสี่ยงและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้นกลุ่มเสี่ยงต้องได้ได้รับการตรวจยืนยันความเสี่ยงต่อโรคโดยบุคลากรสาธารณสุขเพื่อที่จะมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง โดยเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 รวมทั้งกลุ่มที่สงสัยจะเป็นโรคต้องส่งไปรับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกทุกราย อันจะส่งผลให้ลดความรุนแรงของโรคในรายที่ป่วยแล้ว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง จึงได้จัดทำโครงการดูแลเชิงรุกที่บ้านโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข ให้การดำเนินงานตรวจคัดกรอง ติดตามกลุ่มป่วย กลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มข้น และเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานอย่างรวดเร็วและครอบคลุม ช่วยเหลือไม่ให้เกิดภาวะการเกิดโรค80.0095.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานร้อยละ 95
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการตรวจรักษาและควบคุมปัจจัยอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง80.0050.00
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานควบคุมภาวะโรคได้ร้อยละ 50
-
เพื่อดูแลกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันภาวะเป็นโรค โดยดูแลระยะเข้มข้นที่บ้าน80.0050.00
ติดตามผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเสี่ยงเบาหวานระยะเข้มข้นที่บ้าน ร้อยละ 50
-
เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน (อสม.) ได้รับการฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการคัดกรอง ค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน80.00100.00
อสม. ได้รับการฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร้อยละ 100
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง39
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง229
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมาย (1.1 อบรมฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการคัดกรอง ค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานกลุ่ม อสม.)
- วิทยากร (รพ.สต.นาท่ามใต้สนับสนุน)
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 9 คน เป็นเงิน 225 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆ ละ 50 บาท จำนวน 9 คน เป็นเงิน 450 บาท
1 กรกฎาคม 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565อสม.ได้รับการฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการคัดกรองค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร้อยละ 100
675.00 บาท -
ตรวจสุขภาพคัดกรองโรคความดันโลหิตและเบาหวาน (ตรวจสุขภาพคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานประชาชนกลุ่มเป้าหมาย , ตรวจสุขภาพและให้ความรู้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพื่อควบคุมโรค , ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ติดตามวัดความดันโลหิต เจาะเบาหวาน
- จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 3 เครื่องๆ ละ 2,800 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนักจำนวน 2 เครื่องๆ ละ 750บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- กล่องใส่อุปกรณ์ จำนวน 3 กล่องๆ ละ 190 บาท เป็นเงิน 570 บาท
- ค่าถ่ายเอกสาร เป็นเงิน 500 บาท
1 ตุลาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2565ประชาชนกลุ่มเป้าหมานได้รับการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานร้อยละ 95
10970.00 บาท
- ผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเรื้อรัง ได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสม
- อสม. สามารถให้ความรู้และแนะนำประชาชนในพื้นที่ได้
- กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้โดยการติดตามระยะเข้มข้นของชุมชน
