โครงการดูแลใส่ใจสตรี มีสุขภาพดี ตรวจค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูก ประจำปี 2565
ตามข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของไทย ในจำนวนผู้ป่วยมะเร็งในผู้หญิงรายใหม่ที่ลงทะเบียนในปี 2562 นอกจากมะเร็งเต้านมที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งแล้ว มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก และรังไข่ พบเป็นอันดับรองลงมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เข้ามารับการรักษาเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และยังมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยช่วงอายุที่ผู้หญิงเป็นมะเร็งมากอยู่ระหว่าง 45-65 ปี มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งในสตรีที่พบเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ทุกปีจะมีผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละประมาณ 6,500 คน หรือวันละ 17 คน
โดยผู้หญิงไทยอายุ 30-60 ปี สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากดำเนินการโครงการคัดกรองฯ อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี ส่งผลให้ปัจจุบันมีอุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกลดลงเหลือเพียง 11.7 คนต่อประชากรแสนคน เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับสามของมะเร็งที่พบในหญิงไทย โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 5,513 คน/ปี และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก 2,251 คน/ปี การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกต้องมีการค้นหาโดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกและ ในระยะก่อนเป็นมะเร็งซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม และจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำ pap smearในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ30- 60 ปีทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้
จากการสรุปผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปีงบประมาณ 2564 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำใหม่ พบว่าสตรีกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้รับการตรวจคัดกรองเพียงร้อยละ 32.5 ลดลงจากปีงบประมาณ 2563 ร้อยละ 0.8 ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ชี้วัดตามยุทธศาสตร์จังหวัดยะลา ซึ่งกลุ่มประชากรเป้าหมายของตำบลลำใหม่ จะต้องได้รับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 60 โดยมีสาเหตุมาจากกลุ่มเป้าหมายบางส่วนที่ไม่เข้ารับบริการยังมีความอาย ไม่กล้ามาตรวจ,กลัวเจ็บ และบางส่วนยังไม่เห็นความสำคัญของการตรวจมะเร็งปากมดลูก
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็นความสำคัญเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จจึงได้จัดทำโครงการดูแลใส่ใจสตรีมีสุขภาพดีตรวจค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูก ประจำปี 2565 โดยโครงการดังกล่าวจะรณรงค์เร่งรัดให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจอย่างจริงจัง และถ่ายทอดประสบการณ์ในการมารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกแก่ผู้อื่นต่อไป
-
เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30-60 ปี60.00
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 60
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกที่ถูกต้อง70.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 70
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 ประชุมเจ้าหน้าที่ อสม. ตัวแทนผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโครงการ
1.2 ปรึกษาหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องคือคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลลำใหม่
1.3 เขียนโครงการ ฯ เสนอขออนุมัติ
1.4 ประชาสัมพันธ์โครงการโดยวิทยุชุมชน
1.5 จัดทำทะเบียนคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมของรพ.สต
2.ขั้นตอนการดำเนินการ
2.1 จัดให้ความรู้แก่สตรีอายุ 30 – 60 ปีจำนวน 100 คน แบ่งเป็น 2 รุ่นๆ ละ 50 คน
2.2 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้บริการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่รพ.สต ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ของสัปดาห์ และนำ Specimen ส่งตรวจ ณ โรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งแจ้งผลตรวจให้แก่ผู้รับบริการ
2.3 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อสม.ติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่มารับบริการตรวจมะเร็งปากมดลูก พร้อมทำหนังสือเชิญให้มารับบริการ ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์
2.4 ให้สุขศึกษาและส่งต่อพบแพทย์ในรายที่พบภาวะผิดปกติ
2.5 ติดตาม ประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ หลังดำเนินโครงการและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ
งบประมาณ
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บ. x 100 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 20 บ. x 100 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,000 บาท
-ค่าวิทยากร 300 บ. x 5 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 100 คน มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 70
12000.00 บาท
- ร้อยละ 60 กลุ่มสตรี อายุ 30-60 ปีได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
- ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อและรักษา
- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นร้อยละ 70
