โครงการคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน100.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง100.00
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน100.0090.00
ร้อยประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและ โรคเบาหวาน
-
เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความรู้ในการดูแลตนเองตามหลัก 3 อ. 2 ส. (อาหาร, อารมณ์, ออกกำลังกาย, ลดบุหรี่, ลดสุรา)100.0090.00
ร้อยละผู้ที่มีภาวะเสี่ยงป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความรู้ในการดูแลตนเองตามหลัก 3 อ. 2 ส. (อาหาร, อารมณ์, ออกกำลังกาย, ลดบุหรี่, ลดสุรา)
-
เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่100.0050.00
ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงไม่เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง2200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
กิจกรรมที่ 1 ตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
สำรวจจำนวนกลุ่มเป้าหมายและจัดทำทะเบียนรายชื่อประชากรกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป หมู่ที่ 2, 3, 4, 6 และ 7 ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม้ฝาด เพื่อเตรียมพร้อมจำนวนกลุ่มเป้าหมายก่อนดำเนินโครงการ
จัดทำแผนกำหนดวันปฏิบัติงานเชิงรุกโครงการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง
ประชุมอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกคนและฝึกปฏิบัติให้อาสาสมัครสาธารณสุขตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการบันทึกในแบบบันทึกการตรวจคัดกรองความเสี่ยง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองตามแผนปฏิบัติงาน โดยใช้กระบวนการ
ชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูง
วัดรอบเอว โดยสายวัดรอบเอว BMI
ซักประวัติตามแบบคัดกรอง พร้อมทั้งตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) วัดความดันโลหิต บันทึกลงในแบบฟอร์มการคัดกรองความเสี่ยงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกคน
- สรุปผลการตรวจคัดกรองโดยแยกกลุ่ม กลุ่มปกติ และกลุ่มผู้ที่พบภาวะเสี่ยงเพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือกลุ่มภาวะเสี่ยงสูงส่งต่อเพื่อพบแพทย์และตรวจยืนยันเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถประเมินสภาวะสุขภาพของตนเองได้ว่าจัดอยู่ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มสงสัยรายใหม่
27940.00 บาท -
การประชุมเสวนา
ประชุมเสวนาให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวานแก่กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน โดยมีประเด็นหลัก 2 ประเด็น ได้แก่
- ประเด็นการให้ความรู้
ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการรับประทานอาหาร
ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม
ความรู้เกี่ยวกับการจัดการด้านอารมณ์
- ประเด็นการเรียนรู้สู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
วัดรอบเอว (โดย อสม.เป็นแกนนำสอนวิธีการประเมินโรคอ้วนเพื่อให้เข้าใจถึงระดับภาวะน้ำหนักของตนเอง กระบวนการใช้สายวัดรอบเอว BMI วัดค่า Body Mass Index (BMI)
รู้เท่าทัน แคลอรี่อาหาร
อ่านฉลากอาหาร
การออกกำลังกาย
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาดูแลสุขภาพตนเองตามหลัก 3 อ. 2 ส. (อาหาร, อารมณ์, ออกกำลังกาย, ลดบุหรี่, ลดสุรา) เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ส่วนกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ ได้รับการรักษาอย่างทันเวลา ทำให้ลดความรุนแรงของโรคและลดภาวะแทรกซ้อนได้
5000.00 บาท
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถประเมินสภาวะสุขภาพของตนเองได้ว่าจัดอยู่ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มสงสัยรายใหม่ในส่วนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาดูแลสุขภาพตนเองตามหลัก 3 อ. 2 ส. (อาหาร, อารมณ์, ออกกำลังกาย, ลดบุหรี่, ลดสุรา) เพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ส่วนกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ ได้รับการรักษาอย่างทันเวลา ทำให้ลดความรุนแรงของโรคและลดภาวะแทรกซ้อนได้
