โครงการอบรให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานแก่ประชาชน ๓๕ ปี ขึ้นไป ปี ๒๕๖๕
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัยหาสาธารณสุขที่สำคัญและถือว่าเป็น ภัยเงียบเพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฎอาการ และเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญหลายระบบของร่างกายเช่น ตา ไต หลอดเลือดในประเทศไทยนั้นอุบัติการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอุบัติการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขอประเทศไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากโรคเรื้อรังเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักาาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสูงมากจากรายงานผลการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนานาคพบว่ามีอัตราผุ้ป่วยเบาหวานรายใหม่ เพิ่มขึ้นจากระดับการศึกษาอาชีพและวิถีชีวิตของชุมชนส่วนใหญ่ประชาชนยังให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองน้อยทำแต่งานรับประทานอาหารที่หาได้ง่ายในชุมชนอาหารแปรรูปที่สามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวันโดยไม่เน่าเสีย และมีเกือบทุกหลังคาเรือนเช่น บูดูปลาเค็ม และเนื้อหมักซึ่งจะมีรสชาติที่เค็มมากและยังนิยมบริโภคอาหารที่มีรสหวานรสมันและพฤติกรรมการบริโภคน้ำชากาแฟ เป็นกิจวัตรประจำวันประกอบกับการขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามรูปแบบและยังมีพฤติกรรมที่ไม่นิยมรับประทานผักจึงส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีภาวะป่วยด้วยโรคที่เกิดดจากพฤติกรรมของตนเองเช่นโรคความดันโลหิตสูงโดรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นในแต่ละปีแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะห้ข้อมูลให้สุขศึกษาที่เกี่ยวกับโรคเหล่านี้มาทุกๆปีแต่ก็ยังมีประชาชนที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นในทุกๆปีเช่นเดียวกันและยังมีลุ่มผู้ป่วยก็กลายเ็นกลุ่มป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนมีความพิการทางด้านร่างกาย ดังนั้นชมรม อสม.หมู่ที่ ๑ บ้านแฆแบ๊ะตำบลนานาคได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้หาแนวทางแก้ไขและป้องกันภาวะความรุนแรงของโรคเรื้อรังที่เกิจากพฤติกรรมตนเองจึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงโดรคเบาหวานให้แก่ประชาชน ๓๕ ปีขึ้นไป นี้ขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้พร้อมทั้งรณรงค์สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดีและได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถควบคุมภาะสุภาพดีขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕0.00
ไม่ร้อยกว่า ๕ ประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถควบคุมภาวะสุขภาพให้ดีขึ้น
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันและเบาหวาน
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันและเบาหวาน ประกอบด้วย
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม คนละ ๒ มื้อๆละ ๒๕ บาทจำนวน ๑๐๐ คน เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
-ค่าอาหารกลางวัน คนละ ๑ มื้อๆละ ๕๐ บาทจำนวน ๑๐๐ คน เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
-เครื่องเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเบาหวานจำนวน ๑ เครื่อง เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท
-Strip ๑ กล่อง เป็นเงิ ๑,๐๐๐ บาท
-เครื่องวัดความดันโลหิต ๑ เครื่องเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท
-เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน ๑ เครื่องเป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท
-ป้ายไวนิล ขนาด ๒ ๑.๕ เมตร จำนวน ๑ ป้ายราคา ๕๐๐ บาท
ทุกอย่างถัวเฉลี่ยได้
รวมทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ บาทถ้วน
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ร้อยละ ๙๕ ประชาชนมีความรู้ และสามารถนำไปปฎิบัติดูแลตัวเองและแนะนำคนในครอบครัวได้
20000.00 บาท
๑ ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป มีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัวได้ร้อยละ ๙๕ ๒ ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเข้าร่วมกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ๓ ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
