โครงการอบรมการอาบน้ำศพตามหลักศาสนาอิสลามสำหรับผู้ป่วยที่ติดโรคระบาดรุนแรง
-
ปัญหาขาดแคลนผู้มีความรู้ด้านสุขภาวะในการทำพิธีอาบน้ำศพที่ติดโควิด-19 ของชาวมุสลิม0.01
การอาบน้ำศพ การห่อศพ การละหมาดญะนาซะฮ (ละหมาดให้ศพ) และการฝังศพถือเป็นฟัรฎูกิฟายะฮซึ่งหากมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจากชาวมุสลิมได้ทำหน้าที่แล้ว กลุ่มอื่นๆก็จะพ้นจากบาปไปด้วย แต่หากทุกคนละเลยไม่มีใครกระทำ ก็จะรับบาปกันทุกคน ถ้าศพเป็นผู้ชาย ผู้ที่ควรเป็นผู้อาบน้ำให้ศพมากที่สุดก็คือผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจากผู้ตายให้เป็นผู้อาบน้ำให้ หากไม่มีการสั่งเสียจากผู้ตาย ผู้อาบน้ำควรเป็นญาติสนิทเช่นบิดาเพราะเป็นผู้ที่มีความผูกพันกับผู้ตายมากที่สุดประสบการณ์ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับการจัดการศพมากกว่าลูก รองลงมาก็คือลูกชายและลำดับต่อมาก็คือญาติใกล้ชิดตามลำดับความใกล้ชิด ถ้าศพเป็นผู้หญิงผู้ที่ควรเป็นผู้อาบน้ำให้กับศพมากที่สุดคือผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจะผู้ตายรองลงมาคือลูกสาวและลำดับต่อมาก็คือญาติผู้หญิงที่ใกล้ชิดตามลำดับ ซึ่งในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถอาบน้ำศพและจัดการศพได้ถูกต้องเนื่องจากยังขาดความรู้ความเข้าใจและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องในการอาบน้ำศพ ตามหลักอิสลาม เป็นการอนุรักษ์และเสริมสร้างประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ต่อไป จากการแพร่ระบาดภายของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา เกิดปัญหาภายในตำบลมะนังยง ในเรื่องการอาบน้ำศพของชาวมุสลิมและต้องทำพิธีฝังภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากในการอาบน้ำศพทำให้ผู้อาบต้องสัมผัสผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด จึงทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนผู้อาบน้ำศพสำหรับศพที่ติดโรคโควิด-19 จึงทำให้พิธีฝังล่าช้า เนื่องจากต้องตามหาผู้ที่สามารถอาบน้ำศพจากหมู่บ้านในตำบลอื่น ๆ ทำให้ทำพิธีฝังศพล่าช้า
-
เพื่อจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครอาบน้ำศพทั่วไปและอาบน้ำศพสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในตำบลมะนังยง0.005.00
มีอาสาสมัครจำนวน 20 คนจากทุกหมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากรจำนวนประมาณ 4,000 คน
-
เพื่อให้กลุ่มอาสาสมัครมีความรู้ในการอาบน้ำศพตามสุขลักษณะสำหรับศพทั่วไปและศพผู้ป่วยที่เป็นโรคโควิด-190.0070.00
ร้อยละของผู้ได้รับความรู้หลังจากการอบรมผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ทุกคน
-
กลุ่มวัยทำงาน20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รับสมัครอาสาสมัครอาบน้้ำศพผู้ป่วยโควิด-19
ประกาศรับสมัครอาสาสมัครจาก 4 หมู่บ้าน และจัดตั้งกลุ่ม
1 กรกฎาคม 2565 ถึง 7 กรกฎาคม 2565มีผู้สมัครเป็นอาสาสมัครอย่างน้อยหมู่บ้านละ 5 คน
0.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการอาบน้ำศพตามหลักศาสนาอิสลามสำหรับผู้ป่วยโรคระบาดร้ายแรง
มีการอบรมจำนวน 2 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ค่าวิทยากร 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท2 วัน =7,200 บาท 2. ค่าป้ายไวนิล1.2*3 เมตร เมตรละ 250 บาท =900 บาท 3. ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท 27 คน 2 มื้อ = 2,700 บาท 4. ค่าอาหารว่าง 35 บาท 27 คน 4 มื้อ = 3,780 บาท 5. ค่าวัสดุประกอบการอบรม 3,000 บาท
11 กรกฎาคม 2565 ถึง 12 กรกฎาคม 2565ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ในเรื่องการอาบน้ำศพสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างถูกวิธี
17580.00 บาท -
ประเมินผล
ประเมินผลผู้รับบริการ
25 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565ผู้รับบริการมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
0.00 บาท
- ชุมชนมีอาสมัครอาบน้ำศพสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างเพียงพอ
- ชุมชนมีผู้ที่มีความรู้ในการอาบน้ำศพอย่างถูกสุขลักษณะ
