โครงการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการ
-
นายเอนกกลิ่นรส
-
นางสาวณัฎฐณิชาสมจิตร
-
นางกิตติยาพรหมปาน
-
จำนวนคนพิการในพื้นที่ (คน)128.00
-
จำนวนผู้สูงอายุทีมีภาวะพิ่งพิง ได้รับการดูแลระยะยาว (คน)34.00
การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการ จำเป็นต้องมีญาติ ผู้ดูแลและคนในชุมชนมีส่วนร่วม เนื่องจากผู้สูงอายุและผู้พิการจัดเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ปกติเหมือนคนทั่วไป ต้องมีคนคอยดูแล ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกเกือบตลอดเวลาในบางคน และเป็นกลุ่มวัยที่สมรรถภาพร่างกายเสื่อมถอยในทุกๆด้าน เช่น ด้านร่างกาย ความแข็งแรงของร่างกายลดลง ภูมิคุ้มกันร่างกายเริ่มอ่อนแอ เจ็บป่วยง่ายกว่าวัยอื่นๆ ด้านจิตใจพบว่ามี ความเครียด ความกังวล ซึมเศร้า มากกว่าวัยอื่นๆ เช่นกัน ประกอบกับการขาดโอกาสรับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ และการขาดโอกาสรับทราบข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องโดยตรง รวมไปถึงขาดการพบปะพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและพิการ จากข้อมูลในพื้นที่ตำบลโคกชะงาย จำนวนประชากรทั้งหมด 1211 คน ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2565 มีผู้สูงอายุและผู้พิการในระบบข้อมูลของ รพ.สต.บ้านทุ่งยาว จำนวน 550 คน คิดเป็นร้อยละ 20.92 ของประชากรในพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประชากรที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกลุ่มประชากรวัยอื่นๆเช่นกัน ประกอบกับการดำเนินงานในด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการยังไม่ครอบคลุมตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ดังนั้นเพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่องยั่งยืน เครือข่ายผู้สูงอายุและผู้พิการตำบลโคกชะงาย จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการ ตำบลโคกชะงาย ประจำปี 2565 เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้พิการหรือผู้ดูแลมีความรู้และทักษะในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และสามารถช่วยเหลือกันเองได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง
-
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยญาติหรือผู้ดูแลทุกคน162.00
ผู้สูงอายุและคนพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยญาติหรือผู้ดูแลทุกคน
-
2. เพื่อให้ญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการมีความรู้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้สูงอายุและคนพิการทุกคน162.00
ญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการมีความรู้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้สูงอายุและคนพิการทุกคน
-
3. เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1515.00
ผู้สูงอายุและคนพิการมีความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15
-
กลุ่มผู้สูงอายุ34
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการ ญาติหรือผู้สูงอายุและคนพิการเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ (อบรม 2 รุ่นๆละ 70 คน)
ค่าวิทยากร จำนวน 2คนๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท
ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 140 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 7,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าร่วมอบรมฯ จำนวน 140 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 7,000 บาท
เอกสารประกอบการอบรมฯ จำนวน 140 ชุดๆละ 10 บาท เป็นเงิน 1,400 บาท
15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2566ญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ ทุกคน
22600.00 บาท -
2. ติดตามและประเมินผลการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุและคนพิการ
ติดตามและประเมินผลการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุและคนพิการทุกคน
31 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566ผู้สูงอายุและคนพิการ มีความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15
0.00 บาท -
3. การเรียนรู้ร่วมกัน
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ
7 กรกฎาคม 2566 ถึง 7 กรกฎาคม 2566รูปแบแบการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ
0.00 บาท
- ร้อยละ 80 ของญาติหรือผุ้ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ มีความรู้และทักษะในการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการถูกต้อง เหหมาะสม
- ผู้สูงอายุและคนพิการ มีความสามารถประจำวันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15
