โครงการชุมชนก้าวไกลไปกับงานคุ้มครองผู้บริโภค
-
นางหนูอั้นไข่ทอง
-
นายอุทิศคงทอง
-
นางปรีดาเทพชนะ
-
นางศรีอมรฉิ้มสังข์
-
นางอวยพรคงหมุน
-
ร้านจำหน่ายของชำในชุมชน จำหน่ายอาหารเสื่อมคุณภาพ15.00
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจโดยทั่วไปของประเทศ ได้มีการพัฒนาจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรมดังนั้นจึงเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากที่จะให้ผู้บริโภคได้เลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและผู้จำหน่ายจะได้จำหน่ายอาหารที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งประชาชนต้องการความสะดวกรวดเร็ว และมีการประกอบอาหารด้วยตนเองน้อยลงผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปพึ่งร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ถึงแม้จะมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลและมีโครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) แล้วก็ตามแต่ยังมีพิษภัยจากสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับอาหารหรือแฝงมากับภาชนะบรรจุอาหาร “โฟม” ที่นิยมใช้กันทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงาน ดังกล่าวอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสะดวก ราคาถูก และหาซื้อได้ง่ายก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค และขยะประเภทโฟมมีปริมาณเพิ่มขึ้นย่างต่อเนื่อง ซึ่งโฟมเป็นขยะที่มีความคงทน และต้องใช้เวลาในการย่อยสลายซึ่งสร้างปัญหาในการกำจัด เนื่องจากต้องใช้พลังงานต้นทุนการกำจัดสูง เปลืองพื้นที่ฝังกลบและขบวน การกำจัดโฟม อาจทำให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และภาวะโลกร้อนได้ ในปัจจุบันจากสถิติการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยพบว่าป่วยด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ เช่น โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย มีสารปนเปื้อนอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานอาหารแปลกปลอม อาหารสุกๆดิบๆ การบริโภคอาหารที่ใส่กล่องโฟม เป็นต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว มีพื้นที่รับผิดชอบ 3 หมู่บ้าน มีประชากรรับผิดชอบ 2,739 คน มีจำนวนหลังคาเรือน 629 หลังประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง รับจ้าง เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ครอบครัวมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวแต่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน วิถีชีวิตชนบทโดยส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารตามสั่ง อาหารปรุงสุกที่บรรจุกล่องโฟม ที่มีจำหน่าย โดยทั่วไปในพื้นที่เนื่องจากไม่มีเวลา ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าวได้ จากการวิเคราะห์ปัญหาด้านสุขภาพของประชากรในพื้นที่ พบว่ายังป่วยด้วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และโรคติดเชื่อในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรวมพลังกันดำเนินการหลายๆมาตรการทุกรูปแบบในการดูแลประชาชนในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการคุ้มครองผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2565 ขึ้นในบริบทพื้นที่ชุมชน ครอบคลุม ร้านขายของชำในชุมชน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชนสุขภาพที่ดี และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านอาหารปลอดภัยของรัฐ และเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ในการลดความเสี่ยงจาการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย
-
1. เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และศักยภาพของแกนนำสุขภาพครอบครัวในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกครัวเรือน300.00629.00
แกนนำสุขภาพครอบครัวได้รับการพัฒนาศักยภาพและมีองค์ความรู้ในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกครัวเรือน
-
2. เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของร้านอาหารและร้านขายของชำทุกร้าน11.0015.00
เครือข่ายมีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังและตรวจสอบความปลอดภัยของร้านอาหารและร้ายขายของชำ
-
3. เพื่อพัฒนาร้านชำผ่านการดำเนินงานร้านชำคุณภาพ11.0015.00
ร้านชำได้รับการพัฒนาผ่านการดำเนินงานร้านชำคุณภาพทุกร้าน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง629
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมแกนนำสุขภาพครอบครัวเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคผู้นำชุมชนเจ้าของร้านชำ ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบตุณภาพความปลอดภัยของร้านชำ
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 80 คนๆละ 2มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 80 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าชุดตรวจปรอทร้านชำ เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าชุดตรวจสเตียร์รอยร้านชำ ชุดละ 160 บาท จำนวน 10 ชุด เป็นเงิน 1,600 บาท
15 มีนาคม 2566 ถึง 15 มีนาคม 2566แกนนำสุขภาพครอบครัว เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้นำชุมชน มีความรู้ ทักษะ ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหารและร้านชำ ทุกคน
12400.00 บาท -
2. ประเมินร้านชำคุณภาพ
ออกดำเนินการประเมินร้านชำคุณภาพ
22 มีนาคม 2566 ถึง 29 มีนาคม 2566ร้านขายของชำผ่านการประเมินร้านชำคุณภาพทุกร้าน
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ติดตามและประเมินผล
ติดตามและประเมินผลการตรวจร้านชำ เป็นระยะๆ โดยสุ่มตรวจร้านชำ ไม่บอกล่วงหน้า
21 เมษายน 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566ร้านชำเป็นร้านชำคุณภาพและร้านชำติดดาวทุกร้าน
0.00 บาท -
4. ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน21 เมษายน 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566
เจ้าของร้านชำ เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้นำชุมชน รับรู้ข้อมูลร้านชำคุณภาพร่วมกัน
0.00 บาท
- แกนนำสุขภาพครอบครัวเครือข่ายคุมครองผู้บริโภค ผู้นำชุมชนมีความรู้ ทักษะ ในการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหารทุกคน
- ไม่พบสารต้องห้ามในร้านขายของชำทุกร้าน
- ร้านชำทุกร้านมีคะแนนผ่านการประเมินร้านชำคุณภาพ
