โครงการชุมชนปลอดขยะ ปลอดโรค ปลอดภัย
-
นางหนูอั้นไข่ทอง
-
นายอุทิศคงทอง
-
นางศรีอมรฉิ้มสังข์
-
นางปรีดาเทพชนะ
-
นางอวยพรคงหมุน
-
จำนวนครัวเรือนต้นแบบที่แยกขยะถูกต้อง120.00
ปัจจุบันปัญหาการกำจัดขยะเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ ประเทศ แม้ในประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาการกำจัดขยะที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา และยังไม่สามารถหาทางออกที่ดีได้ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามหาวิธีการกำจัดขยะ เช่น หาพื้นที่ว่างเปล่าห่างไกลเป็นที่ทิ้งขยะ หรือแม้แต่การแสวงหาหนทางทางชีวปฎิบัติใดๆ วิธีการต่างๆ ก็ยังไม่สามารถหาจุดสมดุลได้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมเนื่องจากขยะทุกวันนี้ คนไทยกว่า 60 ล้านคน สามารถสร้างขยะได้มากถึง 14 ล้านตันต่อปี แต่ความสามารถ ในการจัดเก็บขยะกลับมีไม่ถึง 70% ของขยะที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดปริมาณมูลฝอยตกค้างและปัญหาทางมลภาวะต่างๆ คือ 1. อากาศเสีย เกิดจากการเผามูลฝอยกลางแจ้งทำให้เกิดควันและสารมลพิษทางอากาศ 2. น้ำเสีย เกิดจากการกองมูลฝอยที่ตกค้างบนพื้นเมื่อฝนตกจะเกิดน้ำเสียซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำทำให้เกิดมลภาวะมลพิษทางน้ำ 3. แหล่งพาหะนำโรค จากมูลฝอยตกค้างบนพื้นจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนูและแมลงวัน ซึ่งเป็นพาหะนำโรคติดต่อทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน 4. เหตุรำคาญและความไม่น่าดู จากการเก็บขยะมูลฝอยไม่หมดทำให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวน ซึ่งการไม่แยกประเภทของขยะนั้นเป็นสาเหตุซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน คือ เมื่อขยะหลาย ๆ ประเภทถูกทิ้งรวมกันโดยไม่ได้แยกประเภท เช่น ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะที่สามารถนำมารีไซเคิล และขยะที่เป็นพิษ สารเคมีต่างๆจากขยะที่เป็นพิษจะไหลลงสู่พื้นดิน ถ้าขยะที่ไม่ได้แยกประเภทถูกนำไปเผารวมกันก็จะก่อให้เกิดแก๊สพิษ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การที่ไม่แยกประเภทขยะ ทำให้ขยะบางประเภทซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น ขวดพลาสติก แก้วพลาสติก กระดาษ นั้นยากต่อการแยกประเภท ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรมากขึ้นซึ่งผลจากการไม่แยกประเภทของขยะนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว จึงจัดทำโครงการชุมชนปลอดขยะ ปลอดโรค ปลอดภัยขึ้น เพื่อเป็นการรณรงค์และส่งเสริมการลดปริมาณขยะ การทิ้ง การคัดแยกขยะและการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีโดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้ประชาชน มีความรู้เกี่ยวกับขยะประเภทต่างๆ ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากขยะ วิธีการลดปริมาณขยะ การคัดแยก การนำกลับมาใช้ใหม่ การกำจัดขยะอย่างถูกวิธี รวมทั้งขยะในชุมชนมีปริมาณลดลง จากการที่ประชาชนนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติคัดแยกขยะจากต้นทาง ส่งผลให้มีการจัดการขยะโดยชุมชน ต่อไป
-
1. เพื่อสร้างจิตสำนึกของประชาชนในการรักษาความสะอาด แยกขยะต้นทางในครัวเรือน ร้อยละ 9090.00
ครัวเรือนมีจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด แยกขยะต้นทางในครัวเรือน ร้อยละ 90
-
2. เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ทุกหมู่บ้านเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ทุกหมู่บ้าน3.00
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ทุกหมู่บ้านเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ทุกหมู่บ้าน
-
3. เพื่อลดขยะในครัวเรือนลง ร้อยละ 30 ของขยะทั้งหมด30.00
ขยะในครัวเรือนลดลง ร้อยละ 30 ของขยะทั้งหมด
-
กลุ่มวัยทำงาน120
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมแกนนำสุขภาพครอบครัว การจัดการขยะในครัวเรือน ชุมชน และการนำขยะไปใช้ประโยชน์
ค่าวิทยากร 3 วันๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 120 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
เอกสารประกอบการอบรม จำนวน 120 ชุดๆละ 20 บาท เป็นเงิน 2400 บาท
15 มีนาคม 2566 ถึง 15 มีนาคม 2566แกนนำสุขภาพครอบครัว การจัดการขยะในครัวเรือน ชุมชน และการนำขยะไปใช้ประโยชน์ ทุกคน
10800.00 บาท -
2. การแยกขยะและจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือนและการทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากขยะในชุมชน
ถังรวบรวมขยะมีฝาปิด จำนวน 120 ใบๆละ 150 บาท เป็นเงิน 18,000 บาท
20 มีนาคม 2566 ถึง 22 มีนาคม 2566ครัวเรือนมีการจัดการขยะต้นทาง ถูกต้อง ครบถ้วน ทุกครัวเรือน
18000.00 บาท -
3. มีการเรียนรู้ร่วมกัน
ครัวเรือนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
27 เมษายน 2566 ถึง 27 เมษายน 2566ครัวเรือนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทุกครัวเรือน
0.00 บาท -
4. การติดตามและประเมินผล
การติดตามและประเมินผลการแยกขยะต้นทางและการจัดการขยะที่ถูกต้อง เหมาะสม
8 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566การติดตามและประเมินผลการแยกขยะต้นทางและการจัดการขยะที่ถูกต้อง เหมาะสม ทุกครัวเรือน
0.00 บาท
- ทุกครัวเรือนเป้าหมายมีการจัดการขยะต้นทางในครัวเรือนชุมชนและการนำขยะไปใช้ประโยชน์
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกอุจจาระร่วง ของประชาชนในพื้นที่
- บ้านเรือน หมู่บ้าน ชุมชน มีสภาพเอื้อต่อการป้องกัน
