โครงการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงอายุคนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงตำบลสะกอม ปี 2566
-
จำนวนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ0.00
-
จำนวนผู้สูงอายุและผู้ที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)50.00
-
ร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการจัดการวางแผนการดูแล (Care plan)75.90
-
ร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ85.20
ปี 2565 ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และอีก 9 ปีข้างหน้า ในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society)มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งประเทศ จากสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้มีผู้สูงอายุ “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” ประมาณ 3% หรือ 4 แสนคน จากผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้าน (ข้อมูลมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทั้งทางด้าน ร่างกาย จิตใจสังคม จิตวิญญาณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงตำบลสะกอม ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือและวางแนวทางเพื่อรองรับที่ประเทศไทยและประชากรในพื้นที่ตำบลสะกอมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ โดยมีนโยบายด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทุกกลุ่ม ซึ่งนโยบายสำคัญคือ การทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรง ชะลอการเกิดโรคและความเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิง และวางระบบการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีดูแลตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี การจัดการการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่จัดระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืนและจัดเตรียมระบบดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาลที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและครอบครัว ซึ่งการเตรียมระบบดูแลในบ้าน จำเป็นต้องมีสำรวจและค้นหาและประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุเพื่อจำแนกประเภทผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเตรียมองค์ความรู้ให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) มีอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางจำนวน2 คนทำให้บุคลากรในการออกให้การพยาบาลไม่ทั่วถึง และในปี งบประมาณ 2565ได้มีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานโดยให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุและทุกสิทธิทำให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) มีจำนวนไม่เพียงพอในการดำเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชวิตฯตำบลสะกอม จึงได้จัดให้มีการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)ตามหลักสูตรกรมอนามัย ๗๐ ชั่วโมงเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงต้องมีการจัดการระบบข้อมูลทางด้านสุขภาพของผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตตำบลสะกอมจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงตำบลสะกอม ขึ้น
-
เพิ่มจำนวนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ0.0030.00
จำนวนอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
-
เพิ่มจำนวนผู้สูงอายุและผู้ที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)50.0050.00
จำนวนผู้สูงอายุและผู้ที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)เพิ่มขึ้น
-
เพิ่มร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการจัดการวางแผนการดูแล (Care plan)75.90100.00
ร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการจัดการวางแผนการดูแล (Care plan)เพิ่มขึ้น
-
เพิ่มร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ85.20100.00
ร้อยละของผู้มีภาวะพึ่งพิงได้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น
-
จิตอาสาดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมสหวิชาชีพ / หมอครอบครัว/ คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ อบต.ในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว
ประชุมทีมสหวิชาชีพและหมอครอบครัว ในประเด็นดังนี้จำนวน 15 คน
- ระบบการดำเนินงานดูแลระยะยาวสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในการจัดการสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
- การวางแผนการทำงาน แผนปฏิบัติการการดูแลระยะยาว
- จัดระบบการให้บริการเยี่ยมบ้านในผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล
- ประสานบุคลากรทีมสหวิชาชีพ เครือข่ายการเยี่ยมบ้าน
- ทบทวนมาตรฐาน/ทักษะการออกเยี่ยมบ้าน
- จัดเตรียมข้อมูลผู้ที่ต้องได้รับการดูแล รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลจากการคัดกรอง และจัดทีมหมอครอบครัวร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ดำเนินการประเมินผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงตามแบบประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL Index) และแบ่งกลุ่มผู้มีภาวะพึ่งพิง ออกเป็น 4 กลุ่มตามความต้องการการบริการด้านสาธารณสุข
สรุปประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่องในพื้นที่ต่อไป
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 ชุด ๆละ 25 บาท จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 625 บาท
14 พฤศจิกายน 2565 ถึง 14 พฤศจิกายน 2565แผนการดำเนินงาน
625.00 บาท -
จัดอบรมผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง (Caregiver) หลักสูตร&
จัดอบรม Caregiverจำนวน30คน โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็นภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในห้องเรียนและชุมชนและในสถานบริการ จำนวน 8 วันทฤษฎี 30 ชั่วโมงปฏิบัติในห้องเรียน 20 ชั่วโมง รวม 50 ชั่วโมง, ฝึกปฏิบัติในสถานพยาบาล12 ชั่วโมง และฝึกปฏิบัติในชุมชน10ชั่วโมง
การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดอบรม
- จัดทำคู่มือ สำหรับ Caregiver
- จัดทำแบบสอบถาม สำหรับ Caregiver
- คัดเลือก Caregiver เข้าอบรม
- เตรียมแบบสรุปผลการติดตาม/การดำเนินงาน/ปัญหาอุปสรรคการทำงานของ Care giver
- กิจกรรมการอบรม ประเมินความรู้และทักษะของCaregiver ก่อน - หลังการอบรมประเมินเกี่ยวกับการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงจัดทำทะเบียน/ทำเนียบ Care giver และ สนับสนุนการดำเนินงานของ Caregiver
ผู้เข้าอบรม 30 คน วิทยากร 1 คน คณะทำงาน 2 คน รวม 33 คน
มีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรม ,วิทยากร และคณะทำงาน จำนวน 35 คน ๆ ละ 60 บาท/มื้อ จำนวน 10 มื้อ เป็นเงิน 21,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าอบรม, วิทยากรและคณะทำงาน 35 คนๆละ 25 บาทต่อมื้อ จำนวน 20 มื้อ เป็นเงิน 17,500 บาท
- ค่าเอกสารประกอบการอบรม 30 เล่ม x 100 บาทเป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2*2.4 เมตร เป็นเงิน 432 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร (ภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในห้องเรียน) จำนวน 50 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาทรวมเป็นเงิน 30,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร (ภาคปฏิบัติใน รพ.สต.และชุมชน รวม 22 ชม.)ชั่วโมง ๆละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 13,200บาท
- ค่าประกาศนียบัตรพร้อมกรอบ จำนวน 30 ชุด ๆ ละ120 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 30 ใบๆ ละ 250 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าสมุดจดบันทึกจำนวน30เล่มๆละ40บาทเป็นเงิน1,200บาท
- ค่าปากกาจดบันทึกจำนวน30ด้ามๆละ10บาทเป็นเงิน300บาท
- ค่าเดินทางสำหรับผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คน วันละ 500 บาท จำนวน 10 วันเป็นเงิน 15,000 บาท
- ค่าเช่าห้องประชุม4 วันเป็นเงิน2,000บาท
7 พฤศจิกายน 2565 ถึง 18 พฤศจิกายน 2565- ผู้เข้าอบรม มีความรู้ความเข้าและทักษะการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้
114732.00 บาท -
ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องสรุปผลการดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คน ๆละ 25 บาท เป็นเงิน 500 บาท
15 ธันวาคม 2565 ถึง 15 ธันวาคม 2565สรุปผลการดำเนินงาน
500.00 บาท
*** ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้ ***
มีพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ส่งผลให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้มีภาวะพึ่งพิงของตำบลได้รับการดูแลระยะยาว การมีส่วนร่วมของขุมชนในการร่วมกันดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ
