โครงการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง องค์การบริหารส่วนตำบลแค ปี 2566
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)28.00
-
จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)0.00
-
จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน (คน)0.00
-
ร้อยละของผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 6 เดือน0.00
ปี 2565 ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และอีก 9 ปีข้างหน้า ในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society)มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 28% ของประชากรทั้งประเทศ จากสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้มีผู้สูงอายุ “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” ประมาณร้อยละ 3 หรือ 4 แสนคน จากผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้าน (ข้อมูลมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทั้งทางด้าน ร่างกาย จิตใจสังคม จิตวิญญาณ
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงองค์การบริหารส่วนตำบลแคตระหนักและให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือและวางแนวทางเพื่อรองรับที่ประเทศไทยและประชากรในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแคเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ โดยมีนโยบายด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทุกกลุ่ม ซึ่งนโยบายสำคัญคือ การทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรง ชะลอการเกิดโรคและความเจ็บป่วยจนต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิง และวางระบบการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีดูแลตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี การจัดการการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงองค์การบริหารส่วนตำบลแคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่จัดระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืนและจัดเตรียมระบบดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาลที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและครอบครัว ซึ่งการเตรียมระบบดูแลในบ้าน จำเป็นต้องมีสำรวจและค้นหาและประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุเพื่อจำแนกประเภทผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเตรียมองค์ความรู้ให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)ซึ่งในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลแค มีประชากรทั้งหมด 4,430 คนผู้สูงอายุจำนวน 698 คน คิดเป็นร้อยละ 15.73 ของประชากรทั้งหมด (ข้อมูลจำนวนประชากรเดือน กรกฎาคม 2565 จากงานทะเบียนราษฎร อำเภอจะนะ) มีอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นกลางจำนวน2 คนทำให้บุคลากรในการออกให้การพยาบาลไม่ทั่วถึง และในปี งบประมาณ 2566ได้มีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานโดยให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุและทุกสิทธิทำให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) มีจำนวนไม่เพียงพอในการดำเนินงานองค์การบริหารส่วนตำบลแค จึงได้จัดให้มีการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)ตามหลักสูตรกรมอนามัย ๗๐ ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ
เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงต้องมีการจัดการระบบข้อมูลทางด้านสุขภาพของผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลแค จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการสำหรับผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลแคขึ้น
-
เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน28.0020.00
ผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน มีจำนวนลดลง
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว0.0028.00
ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว ลดลง
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน0.0013.00
จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน มีจำนวนเพิ่มขึ้น
-
เพื่อเพิ่มผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 6 เดือน0.0080.00
ร้อยละผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 6 เดือน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ698
-
คณะทำงาน20
-
ผู้ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง13
-
ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง28
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมทีมสหวิชาชีพและหมอครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการและผุ้ที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว
จัดประชุมทีมสหวิชาชีพและหมอครอบครัว ในประเด็นดังนี้
ระบบการดำเนินงานดูแลระยะยาวสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในการจัดการสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
การวางแผนการทำงาน แผนปฏิบัติการการดูแลระยะยาว
จัดระบบการให้บริการเยี่ยมบ้านในผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล
ประสานบุคลากรทีมสหวิชาชีพ เครือข่ายการเยี่ยมบ้าน
ทบทวนมาตรฐาน/ทักษะการออกเยี่ยมบ้าน
จัดเตรียมข้อมูลผู้ที่ต้องได้รับการดูแล รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลจากการคัดกรอง และจัดทีมหมอ ครอบครัวร่วมกับศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านนา ศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านลางา และโรงพยาบาลจะนะ ดำเนินการประเมินผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงตามแบบประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL Index) และแบ่งกลุ่มผู้มีภาวะพึ่งพิง ออกเป็น 4 กลุ่มตามความต้องการการบริการด้านสาธารณสุข
สรุปประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแค รพ.สต.แค รพ.สต.คูนายสังข์และโรงพยาบาลจะนะ เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่องในพื้นที่ต่อไป
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 ชุด ชุดละ 30 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 600 บาท
21 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565สามารถวางแผนการดำเนินงานเพื่อจัดระบบการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้อย่างครบถ้วนเหมาะสม
600.00 บาท -
จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) หลักสูตร 70 ชั่วโมง ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
จัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) หลักสูตร 70 ชั่วโมง จำนวน13คน โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็นภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในห้องเรียนและชุมชนและในสถานบริการ จำนวน 8 วันทฤษฎี 30 ชั่วโมงปฏิบัติในห้องเรียน20ชั่วโมง รวม 50 ชั่วโมง, ฝึกปฏิบัติในสถานพยาบาล๑2 ชั่วโมง และฝึกปฏิบัติในชุมชน๑0ชั่วโมง - การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดอบรม - จัดทำคู่มือ สำหรับ Caregiver - จัดทำแบบสอบถาม สำหรับ Caregiver - คัดเลือก Caregiver เข้าอบรม - เตรียมแบบสรุปผลการติดตาม/การดำเนินงาน/ปัญหาอุปสรรคการทำงานของ Care giver - กิจกรรมการอบรม ประเมินความรู้และทักษะของCaregiver ก่อน - หลังการอบรมประเมินเกี่ยวกับการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงจัดทำทะเบียน/ทำเนียบ Care giver และ สนับสนุนการดำเนินงานของ Caregiver ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 คน วิทยากร (รับผิดชอบ 1 คน) รวมทั้งสิ้น 16 คน โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าอาหารกลางวันผู้เข้ารับการอบรม ,วิทยากร และคณะทำงาน จำนวน 16 คน ๆ ละ 70 บาท/มื้อ จำนวน 10 มื้อเป็นเงิน 11,200 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าอบรม, วิทยากรและคณะทำงาน 16 คนๆละ 30 บาท/มื้อจำนวน 20 มื้อ เป็นเงิน 9,600 บาท - ค่าเอกสารประกอบการอบรม 13 เล่ม ๆ ละ 100 บาทเป็นเงิน 1,300บาท - ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรภาคทฤษฎี 50 ช.ม.ๆ ละ 150 บาท (ค่าวิทยากร ชม.ละ 600 บาท ร่วมกัน 4 กองทุน ๆละ 150บาท)เป็นเงิน 7,500บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรในการฝึกปฏิบัติ 22 ช.ม.ๆ ละ 600 บาท (แบ่งฝึกตามพื้นที่ตำบลตนเอง) เป็นเงิน 13,200บาท - ค่าประกาศนียบัตรพร้อมกรอบ จำนวน 13 ชุด ๆ ละ120 บาท เป็นเงิน 1,560 บาท - ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 13 ใบๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน 3,250 บาท - ค่าพาหนะเดินทางสำหรับผู้เข้าอบรมวันละ 50 บาท 10 วัน เป็นเงิน 500 บาทต่อคน จำนวน 13 คน เป็นเงิน 6,500 บาท - ค่าสมุด ปากกาสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม เป็นเงิน 1,000 บาท - ค่าบำรุง/เช่าห้องประชุม เป็นเงิน 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 56,610 บาท21 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565มีผู้ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในตำบลแค จำนวน 13 คน และสามารถดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
56610.00 บาท -
ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน
จัดประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 ชุด ชุดละ 30 บาท เป็นเงิน 300 บาท
21 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565รายงานผลการดำเนินงานจำนวน 1 ชุด
300.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้
1.มีผู้ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 13 คน ที่ผ่านหลักสูตรและสามารถดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม 2.มีแผนการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงของตำบลแค 3.ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
