โครงการอบรมป้องกันเยาวชน ลด ละ เลิกบุหรี่และสารเสพติด ประจำปี 2566
-
นายวัชริศ เจ๊ะเล๊าะ ประธานอสม.สุไหงโก-ลก
ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดมาช้านาน โดยสภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน เด็กและเยาวชนเริ่มใช้ยาเสพติดมีอายุน้อยลง จากระบบรายงาน บสต. ของศูนย์อำนวยการป้องกันแลปราบปรามกรมสุขภาพจิต พบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ปี 2556-2558 จำนวน 156884 คน 98421 คน และ 55683 คน ตามลำดับ โดยเป็นผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต จำนวน 3975 คน 4071 คน และ 3912 คน ตามลำดับ จากสถิติการเข้ารับการบำบัดรักษาแม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลง แต่กลับพบว่าผู้เข้ารับบำบัดรักษาเป็นเยาวชนอายุ ระหว่าง 15-24 ปี มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 50 (ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมสุขภาพจิต 2559) ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ควรได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาเสพติด และปัจจัยยั่วยุต่างๆ รวมทั้งการเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ ซึ่งเมื่อจำแนกชนิดยาเสพติดที่มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษามากที่สุด คือ ยาบ้า ร้อยละ 75.20 รองลงมา คือ กัญชา ร้อยละ 6.83 และกระท่อม ร้อยละ 4.17 ด้านพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดที่น่าเป็นกังวล คือ การใช้ยาเสพติดมากกว่า 1 ชนิดร่วมกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การบำบัดรักษามีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ ปัจจุบันยังพบว่า เด็กและเยาวชนมีการนำสารต่างๆ ที่หาได้ง่ายมาผสมกันเพื่อให้ออกฤทธิ์เหมือนสารเสพติด ซึ่งเด็กและเยาวชนมีการทดลองดื่มสารเหล่านี้เนื่องจากมองว่าเกิดจากส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นอันตราย โดยที่ไม่ได้คำนึงว่ามีฤทธิ์เสพติด ปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว กระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
เยาวชนที่มีอายุุต่ำกว่า 25 ปี เป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นวัยที่ดำเนินชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ใฝ่หาความรู้ อยากเห็น อยากลองของใหม่ รักพวกพ้อง รักเพื่อน เชื่อเพื่อน และมองหาแบบอย่างเพื่อดำเนินรอยตามแบบ ทัศนคติที่ผิดๆเกี่ยวกับการใช้สารเสพติดในวัยรุ่น เช่น การเสพไอซ์ ทำให้ผอม ผิวขาว การเสพยาบ้าทำให้เพิ่มความตื่นเต้นในการมีเพศสัมพันธ์ อ่านหนังสือได้นานขึ้น ทำให้มีกำลังวังชา ทำให้มีจิตใจแจ่มใส ทำให้มีสุขภาพดี ทำให้สติปัญญาดี สามารถรักษาโรคบางอย่างได้ จากทัศนคติดังกล่าวทำให้เกิดความรู้สึกอยากลองใช้ จนมีการติดสารเสพติดนั้นในที่สุด
ชมรม อสม. เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอบรมป้องกันเยาวชนป ลด ละ เลิกบุหรี่และสารเสพติด ประจำปี 2566 นี้ขึ้น เพื่อเป็นการอบรมให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสารเสพติดต่างๆ และเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจส่งผลให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ไปยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดได้
-
เพื่อให้เยาวชนได้รับรู้โทษ พิษภัยบุหรี่ และสารเสพติดประเภทต่างๆ70.00
เยาวชนมีความรู้เรื่องโทษ พิษภัยของบุหรี่ และสารเสพติด ประเภทต่างๆมากขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
-
เพื่อให้เยาวชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม หันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี60.00
เยาวชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน400
-
กลุ่มวัยทำงาน77
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลด ละ เลิกบุหรี่และสารเสพติดและเข้าฐานเรียนรู้
กลุ่มเป้าหมาย
- เยาวชนอายุ 10-15 ปี จำนวน 400 คน (จาก 4 โซนๆละ 100 คน)
- อสม.จาก 31 ชุมชนชุมชนละ 2 คน = 62 คน
- คณะกรรมการ อสม. 15 คน
รวม 477 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. ขั้นเตรียมงาน
- ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนรูปแบบกิจกรรม
- ประสานเจ้าหน้าที่วิทยากร
- จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการโครงการ
2. ขั้นตอนดำเนินงาน
- กิจกรรมการอบรมให้ความรู้ โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น ตามโซน 4 โซน ประกอบด้วยโซนขวัญประชา โซนสายชล โซนสันติภาพ และโซนย่านการค้า โดยอบรม 1 วัน/รุ่น โดยมีกำหนดการ ดังนี้
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 12.00 น. อบรมให้ความรู้เรื่องการเรียนรู้เข้าสู่วัยรุ่น บุหรี่และสารเสพติด โทษและพิษภัยของบุหรี่และสารเสพติด ปัญหาเด็กและเยาวชนต่อสังคม
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหาร
13.00 - 16.00 น. แบ่งกลุ่มละลายพฤติกรรม, นำเสนอกิจกรรมตามกลุ่ม, ทบทวนถอดบทเรียน
16.00 - 16.30 น. สรุปการดำเนินงาน
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ x 30 บาท x 477 คน เป็นเงิน 28,620 บาท
2. ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ x 60 บาท x 477 คน เป็นเงิน 28,620 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากรให้ความรู้เรื่องบุหรี่และสารเสพติด 600 บาท x 3 ชั่วโมง x 4 ครั้ง เป็นเงิน 7,200 บาท
4. ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่ม 300 บาท x 5 คน x 3 ชม. x 4 ครั้ง เป็นเงิน 18,000 บาท
5. ค่าป้ายโครงการ เป็นเงิน 1,200 บาท
6. ค่าวัสดุอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเงิน 4,000 บาท10 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566เด็กและเยาวชนได้ความรู้เรื่องพิษภัยและโทษของบุหรี่และสารเสพติด
87640.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจโทษพิษภัยของบุหรี่และสารเสพติดเพิ่มขึ้น
- เยาวชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม หันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี
