โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี ประจำปี 2566
-
นายวิชาญ เลาแก้วหนู
-
นางพิศมัย ชัยฤทธิ์
-
นางอุบล กั้งยอด
-
นางโสภา ขวัญแก้ว
-
นายวิชิต อินทร์บัว
-
ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรองสารเคมีในเลือด90.00
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น หมู่ที่ 3,12,14,15 และ 16 ตำบลชะมวงเป็นตำบลหนึ่ง ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในตำบลชะมวง ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นชมรมอสม.รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรใน หมู่ที่ 3,12,14,15 และ 16 ตำบลชะมวง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมี ประจำปี 2566 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
มีฐานข้อมูลสถานการณ์ของเกษตรกรที่สัมผัสสารเคมี100.00
ผู้ที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือด ร้อยละ 100
-
มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมี100.00
กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรองสารเคมีในเลือดมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการใช้สารเคมีร้อยละ 100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมค้นหากลุ่มเป้าหมาย
1.ประชุมชี้แจงโครงการในที่ประชุมประจำเดือน อสม. เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมาย
-ไม่ใช้งบประมาณ
9 มีนาคม 2566 ถึง 10 มีนาคม 2566ผลผลิต
-ได้กลุ่มเป้าหมายตามที่กำหนด
ผลลัพธ์
-กลุ่มเป้าหมายได้เข้าร่วมโครงการ
0.00 บาท -
กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง
-ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 1
-ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่าย
1. ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมีจำนวน 50 คน คนละ 50 บาท เจาะตรวจ ครั้งที่ 1เป็นเงิน 2,500 บาท
2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 2,500 บาท
3. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
4. ค่าสมนาคุณวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาทจำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท24 มีนาคม 2566 ถึง 24 มีนาคม 2566ผลผลิต
-ผู้เข้าร่วมได้รับการคัดกรองตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด และได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากสารเคมีตกค้าง
ผลลัพธ์
-ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้่ไปปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงของการมีสารเคมีตกค้างได้
12100.00 บาท -
กิจกรรมตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง
ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 2 เฉพาะที่ผลการเจาะครั้งที่ 1 พบว่ามีความเสี่ยง
ค่าใช้จ่าย
-ค่าจ้างเหมาเจาะเลือดหาสารเคมี จำนวน 50 คน คนละ 50 บาท เจาะตรวจครั้งที่ 2 เป็นเงิน 2,500 บาท
25 พฤษภาคม 2566 ถึง 25 พฤษภาคม 2566ผลผลิต
-กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามตรวจสารเคมีตกค่างในเลือดซ้ำ ครั้งที่ 2 ร้อยละ 100
ผลลัพธ์
-จำนวนกลุ่มเสี่ยงลดลง
2500.00 บาท
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนทั่วไปกลุ่มเสี่ยง
- ประชาชนมีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี
