โครงการหนูน้อยชนะโควิด
-
นายสมใจชนะสิทธิ์
-
นางสาวปราณี ดำเม็ง
-
นางสาวสุกัญญา ขุนจันทร์
-
นางพิมประภา ฤทธิ์เดช
-
นายประสพโชคชัยคีรี
สถานการณ์โควิด-19 ในเด็กไทย อายุ 0-18 ปี ตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่ 1 เมษายน -สิงหาคม 2565 สัปดาห์ที่ 15- 33 เด็กติดเชื้อสะสม 91,906 ราย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข) จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลก 205,579,907 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,337,828 ราย ตามข้อมูลวันที่ 12 สิงหาคม 2564 การระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งมีความรุนแรงและรวดเร็วจากสายพันธุ์เดลต้าที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดียกำลังกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วในประเทศการระบาดระลอกที่ 3 ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2564จนถึง 12 สิงหาคม 2564 มีความรุนแรงทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมถึง810,908 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 6,849 ราย จากการระบาดที่เกิดขึ้นในชุมชนและครอบครัวทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โรคติดเชื้อโคโรนา 2019 มีการแพร่ระบาดของโรคมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมและผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศอีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดพัทลุง ก็ยังไม่สงบและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และการระบาดระลอกใหม่นี้ เชื้อโรคมีความสามารถในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก กระจายออกไปในพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดังกล่าวอาจจะกระทบต่อสุขภาพของนักเรียน
ดังนั้น โรงเรียนวัดตะโหมด (หมุนคณานุสรณ์) จึงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเห็นว่าทุกภาคส่วนของสังคมควรมีบทบาทในการแก้ปัญหาร่วมกัน การปล่อยให้เป็นหน้าที่สาธารณสุข หรือหน่วยงานภาครัฐรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ และจะทำให้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ถือโอกาสจัดโครงการหนูน้อยชนะโควิดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กโรงเรียนวัดตะโหมด (หมุนคณานุสรณ์) รุู้เท่าทันภัยของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 และรู้ถึงสถานการณ์สามารถการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อของโรคโคโรนา 2019 โดยการปกป้องเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันโดยการดื่มน้ำสมุนไพร เป็นการสนองต่อนโยบายรัฐบาลในการนำสังคมไทยไปสู่ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างเข้มแข็ง
-
เพื่อให้นักเรียนได้รับรู้และรับทราบถึงปัญหา และพิษภัยของเชื้อไวรัสโคโรนา 20190.00
-
เพื่อสร้างผู้นำนักเรียนในการต่อต้านและป้อง กันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานศึกษา0.00
-
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายและจิตใจให้กับ นักเรียนไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 20190.00
-
เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำ สังคมไทยไปสู่ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างเป็นรูปธรรม0.00
-
นักเรียนสามารถนำสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาใช้ในการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโคโรนา 20190.00
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน124
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1จัดทำโครงการเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์สาธิตแนะนำสาธิต การใช้อุปกรณ์มาใช้ป้องกัน การแพร่ระบาด โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และป้ายสาธิต การทำน้ำสมุนไพรป้องกันโควิด 2.1ให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 2.2 กิจกรรมนำไปสู่
1 ป้ายประชาสัมพันธ์ ขนาด 1.5 x 2 ฟุต
จำนวน 9 แผ่นๆ ละ 210 เป็นเงิน 630 บาท
2 ค่าวัสดุสาธิตการใช้อุปกรณ์ป้องกันจำนวน 3 ชุด
ชุดละ 2,438 บาท เป็นเงิน 7,314 บาท
3 ค่าเอกสารสรุปผลการดำเนินโครงการ 188บาท
4 ค่าวิทยากรในการอบรม3 คนๆ ละ 1,200 บาท
เป็นเงิน 3,600 บาท
5 อุปกรณ์การอบรมที่ใช้ในการอบรม
จำนวน 3 ชุดๆ ละ 2,756 บาท
เป็นเงิน 8,268 บาท
8 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 31 สิงหาคม 256620000.00 บาท
1 นักเรียนและผู้ปกครองรับรู้และทราบถึงโทษ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2 นักเรียนและผู้ปกครองสามารถเป็นแกนนำใน การสาธิตการใช้อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สถานศึกษาและ ชุมชน โดยมีการดื่มน้ำสมุนไพรชนิดต่างๆ เพื่อ ป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ 3 นักเรียนและผู้ปกครองสามารถนำความรู้ที่ได้ มาป้องกันตนเองและคนรอบข้างจากโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 และปฏิบัติตนเป็นแบบ อย่างที่ดีด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม 4 ได้ร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการนำ สังคมไทยไปสู่ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างเป็นรูปธรรม
