โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ
-
นายสายัณห์ จู่สวัสดิ์
-
นางอนงค์ ชูวิจิตร์
-
นางนพภสร ขุนนาม
-
นายนิติกร ขุนจันทร์
-
นางพัชรี มีสวัสดิ์
ผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ โดยข้อมูลปี 2565 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ จำนวน 12.6 ล้านคนจากจำนวนประชากรรวม 66 ล้านคน โดยคิดเป็นร้อยละ 19.1 ของประชากรรวม และคาดว่า ในปี 2566 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สุขภาพช่องปากเป็นองค์ประกอบหนึ่งสำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต เป็นต้น ดังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสำเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ความว่า เวลาไม่มีฟันกินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุขจิตใจก็ไม่สบายร่างกายก็ไม่แข็งแรง จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่าร้อยละ 56.1 ของผู้สูงอายุมีฟันอยู่ในสภาพใช้งานได้ 20 ซี่ และสูงอายุมีฟันแท้คู่สบ 4 คู่ ขึ้นไป ร้อยละ 40.2 ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารลดลงชัดเจน แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีจำนวนมากกว่าครึ่ง มีฟันถาวร 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลือนั้นยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ปัญหาที่สำคัญได้แก่ การสูญเสียฟันโดยเฉพาะการสูญเสียทั้งปากในผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบร้อยละ 8.7 แต่เมื่ออายุ 80-85 ปี เพิ่มสูงถึงร้อยละ 31.0 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก และการสำรวจสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ หมู่ที่ 3 4 9 12 ตำบลตะโหมด พบว่า ผู้สูงอายุมีฟันใช้งานได้ 20 ซี่ขึ้นไป ร้อยละ 38.19 เมื่อเทียบกับเป้าหมายทันตสุขภาพแห่งชาติ และรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และผู้สูงอายุยังขาดความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการลดการสูญเสียฟัน ให้กลุ่มผู้สูงอายุมีฟันใช้เคี้ยวอาหารอย่างเหมาะสมยืดอายุการใช้งาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตะโหมด ได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองได้ ซึ่งในระยะยาวจะลดการสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้นต่อไป
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง0.00
-
เพื่อฝึกทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากของสูงอายุด้วยตนเองอย่างถูกต้อง0.00
-
เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ 3 4 9 12 ตำบลตะโหมด0.00
-
กลุ่มผู้สูงอายุ250
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ
1 ป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1 x 3 เมตร เป็นเงิน 450
2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 250 คน เป็นเงิน 6,250 บาท
3 ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
4 ค่าชุดอุปกรณ์การแปรงสีฟัน จำนวน 250 ชุดๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
5 ค่าเอกสารการตรวจฟัน เป็นเงิน 700 บาท
รวมเป็นเงิน 23,600 บาท
2 มกราคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 256623600.00 บาท
1 ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคและการดูแลสุขภาพช่องปาก 2 ผู้สูงอายุมีทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างถูกต้อง 3 ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก
