-
รพ.สต.ท่าหมอไทร
ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเนื่องจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นปัญหาใหญ่และรุนแรงมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชน สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัญหาสุขภาพและความเสี่ยงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สำหรับปัญหาด้านสุขภาพสามารถแบ่งออกได้ 2 ส่วน คือผลกระทบที่เป็นพิษเฉียบพลัน ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการในทันทีหลังจากสัมผัสสารเคมี เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่า เป็นต้น และผลกระทบที่เป็นพิษเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากพิษสะสมที่ก่อให้เกิดโรคหรือปัญหาอื่นๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคผิวหนังต่างๆ การเป็นหมัน การพิการของทารกแรกเกิด หรือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัญหาพิษภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมิได้ส่งผลต่อเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้บริโภคด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชควรให้ความสำคัญและต้องร่วมกันขับเคลื่อนให้มีการออกนโยบาย กฎหมาย และมาตรการที่จะทำให้ระบบเกษตรกรและอาหารของประเทศคำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สามารถเข้าถึงได้อย่างเพียงพอและปลอดภัย เพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือจะไปทำลายอวัยวะภายในของร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
พื้นที่ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นอีกหนึ่งตำบลที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยคิดเป็นร้อยละ 46 มีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวน เช่น สวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ พื้นที่ทำไร่ทำนา และปลูกพืชผักตลอดทั้งปี ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่ จากข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พบว่าเกษตรกรในตำบลท่าหมอไทรยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ในการใช้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าหมอไทร จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลท่าหมอไทร จึงได้จัดทำโครงการเกษตรกรปลอดภัย ห่างไกลสารเคมีขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งยังได้รับการตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีให้ถูกต้องและเหมาะสม
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารกำจัดศัตรูพืชในร่างกาย100.0080.00
- เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชร้อยละ80
- เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดลดลงมากกว่าร้อยละ70
- เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชร้อยละ80
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องการใช้สารจำกัดศัตรูพืชที่ถูกต้อง นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม60.0080.00
เกษตรกรมีความรู้และสามารถป้องกันตนเองไม่ให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแผนงาน
จัดประชุมผู้ดำเนินกิจกรรมทุกคนเพื่อพูดคุย ปรึกษาหารือสำหรับแนวทางในการทำงานและวางแผนการดำเนินงาน
1 พฤศจิกายน 2565 ถึง 31 มกราคม 2566ผู้เข้าร่วมการประชุมทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนะวิธีการในการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้และเข้าใจวิธีการดำเนินงานในทุกขั้นตอน
0.00 บาท -
ประชาสัมพันธ์โครงการแก่กลุ่มเป้าหมาย
-จัดประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายในชุมชน โดยให้อสม. เป็นผู้กระจายข้อมูลข่าวสารและคัดเลือกบุคคลที่เป็นกลุ่มเป่าหมายตามโครงการเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมแจ้งวัน เวลาและสถานที่ในการจัดกิจกรรมให้กลุ่มเป้าหมายทราบ
-ประสานกับพื้นที่เป้าหมายเพื่อเตรียมการวางแผนการดำเนินงานและขออนุญาตใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรม
1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566ได้กลุ่มเป้าหมายตามที่กำหนดและมีการเข้าร่วมโครงการตามวัน เวลาดังกล่าว
0.00 บาท -
เตรียมสื่ออุปกรณ์และวัสดุในการจัดกิจกรรม
จัดทำสื่อในการจัดกิจกรรมและเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดให้เพียงพอกับกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด พร้อมทั้งแนะนำวิธีการใช้ชุดตรวจสำหรับเจ้าหน้าที่ใน
1 เมษายน 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2566มีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ที่จะใช้ในการทำกิจกรรมและเจ้าหน้าที่สามารถใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสสำหรับการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดได้อย่างถูกต้อง
7650.00 บาท -
จัดกิจกรรมการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 1
1.ดำเนินการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่ พร้อมแจ้งผลระดับสารเคมีตกค้างในเลือดให้กลุ่มเป้าหมายทราบ
2.ทำแบบประเมินก่อนการให้สุขศึกษา
3.ให้สุขศึกษาแก่กลุ่มเป้าหมาย
-สถานการณ์การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูและอัตราการเจ็บป่วยด้วยพิษของสารเคมี
-เรื่องการเลือกใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้องและปลอดภัยกับสุขภาพ สามาร
-การทำเกษตรอินทรีย์และปุ๋ยหมักธรรมชาติที่ปลอดภัย
-สาธิตการล้างผักผลไม้ที่ถูกวิธี
4.สรุปและอภิปรายกลุ่ม
5.ทำแบบประเมินหลังการให้สุขศึกษา
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566-การตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มเป้าหมายมีคุณภาพและมีความแม่นยำ
-การจัดกิจกรรมให้ความรู้ในกลุ่มเป้าหมายมีความรอบคลุมในเนื้อหาและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
6600.00 บาท -
5.จัดกิจกรรมการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 2
จัดกิจกรรมการตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเป้าหมาย ครั้งที่ 2
1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566กลุ่มเป้าหมายมีระดับสารเคมีตกค้างในเลือดลดลง
750.00 บาท
