โครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในชุมชนสันติสุข
-
กลุ่มแกนนำสุขภาพชุมชนสันติสุข
-
นายเจ๊ะสมะแอ ดือราแม
-
นางอารยา สือนิ
-
นางสีตีแอเสาะอูมา
-
นางฟาซียะห์ละใบซอ
-
นางมารีเยาะอูมา
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
งานวิจัยมากมายได้แสดงหลักฐานว่า การมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอมีผลต่อสุขภาวะ สามารถลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วย โรคเรื้อรัง เช่น ลดอุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน อ้วน และมะเร็ง จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ประมาณว่าการไม่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 22-23 โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ร้อยละ 16-17 เบาหวาน ร้อยละ 15 หลอดเลือดสมอง ร้อยละ12-13
สำหรับกิจกรรมทางกายนั้น หมายถึง การเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการใช้พลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะครอบคลุมกิจกรรมทางกายทั้ง 3 ลักษณะ คือ1) กิจกรรมจากการทำงาน (Activity at work) ได้แก่ การทำงานโดยปกติ ที่ต้องออกแรงกายอย่างหนักหรือปานกลาง2) กิจกรรมจากการเดินทางในชีวิตประจำวัน (travel to and from places) ได้แก่ การเดิน และการขี่จักรยาน3) กิจกรรมยามว่าง (recreational activities) ได้แก่ การออกกำลังกาย เล่นกีฬา มีกิจกรรมยามว่าง กิจกรรมทั้ง 3 ลักษณะนี้ แต่ละลักษณะมีความหนักเบาของการใช้แรงกาย (intensity) ระยะเวลาที่มีกิจกรรม เป็นนาทีต่อวัน และความถี่ของการมีกิจกรรมเป็นวันต่อสัปดาห์จากผลการสำรวจกิจกรรมทางกาย ร้อยละ 42.6 ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายระดับมากและร้อยละ 38.2 ในเกณฑ์ปานกลาง โดยรวมร้อยละ 80.8 ของประชากรไทย 15 ขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายระดับเพียงพอ โดยในผู้ชายมีร้อยละ 81.6 ส่วนในผู้หญิง มีร้อยละ 80.0 สัดส่วนของคนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอมีสูงสุดในช่วงอายุ 30-59 ปี และลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น คนที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีร้อยละ 82.8 มีกิจกรรมทางกายสูงกว่าในเขต ซึ่งมีร้อยละ 78.4
จากความสำคัญดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอมีผลต่อ สุขภาวะ สามารถลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะในชุมชนสันติสุขมีอัตราป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อประชากร (Cardiovascular disease) ในปี 2565 กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 4.58 (ข้อมูล HDCจังหวัดยะลา, วันที่ 29 ก.ย. 2565) และยังขาดข้อมูลสุขภาพทางด้านกิจกรรมทางกายในชุมชน รวมถึงความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการโครงการกิจกรรมทางกายเป็นอย่างยิ่งดังนั้น คณะกรรมการชุมชน อสม. ในพื้นที่ ร่วมกับสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา และกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในชุมชนสันติสุขนี้ขึ้น
-
1 เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในประชาชนทั่วไปและผู้สูงอายุ60.00
ข้อที่ 1 ร้อยละ 60 ของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
ข้อที่ 2 ร้อยละ 60 ของผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
2 เพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน70.00
2 ประชาชนในชุมชนมีการออกกำลังไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70
-
3 เพื่อสร้างความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา80.00
3 ประชาชนในชุมชนมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลาเป็นจำนวนร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 การประชุมชี้แจงคณะกรรมการชุมชน อสม. และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน20 ธันวาคม 2565 ถึง 20 ธันวาคม 2565350.00 บาท
-
กิจกรรมที่ 2 การสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ ให้แก่ ประชาชนในชุมชน จำนวน 50 คน เป็นเวลา 1 วัน3 มกราคม 2566 ถึง 3 มกราคม 256618780.00 บาท
-
กิจกรรมที่ 3 ส่งเสริมการออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 วัน จำนวน 3 เดือน4 มกราคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 256610800.00 บาท
-
กิจกรรมที่ 4 การรณรงค์และประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางกายในชุมชน5 เมษายน 2566 ถึง 5 เมษายน 2566900.00 บาท
- ประชาชนในชุมชนเกิดความตระหนักและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีการทำกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง
- ประชาชนในชุมชนมีการทำกิจกรรมทางกายร่วมกัน มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมภายในชุมชน
