โครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการบริโภคพืชผักของประชาชนในพื้นที่ตำบลสะกอมประจำปีงบประมาณ 2566
-
ร้อยละของแรงงานนอกระบบที่ตรวจพบสารเคมีอันตรายในเลือด20.00
-
จำนวนประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ30.00
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในของร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกาย ได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตำบลสะกอม เป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกแตงโม ฟักทอง และปลูกพืชผักตลอดทั้งปี ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลสะกอม ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงท้าให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอม จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลสะกอม จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลสะกอม ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีให้ถูกต้อง
-
เพื่อลดแรงงานนอกระบบที่มีการตกค้างของสารเคมีในเลือด20.0010.00
ร้อยละของแรงงานนอกระบบที่ตรวจพบสารเคมีในเลือดลดลง
-
เพิ่มจำนวนประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ30.0060.00
จำนวนประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ (ร้อยละ)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม 1 ประชุม เจ้าหน้าที่ รพ.สต.สะกอม และอสม. เพื่อกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติงานในพื้นที่
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 97 ชุดๆ ละ 25 เป็นเงิน 2,425 บาท
3 เมษายน 2566 ถึง 28 เมษายน 2566คณะทำงานมีความรู้ความเข้าใจและสามารถวางแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับอาชีวอนามัยในการประกอบอาชีพ
2425.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ประสานงานและประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัดวัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ โดยทีม อสม.
ประสานงานและประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัดวัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ โดยทีม อสม.
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2566กลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 90 คน
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ตรวจคัดกรองเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายโดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส พร้อมแจ้งผลการตรวจเลือด (ครั้งที่ 1 ) และจัดกิจกรรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการใช้สมุนไพรรางจืดในการล้างพิษ
1.กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุดเป็นเงิน 950 บาท
2.แบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรฯ จำนวน 90 ชุด ๆ ละ 3 บาท เป็นเงิน 270 บาท
3.ไวนิลป้ายโครงการ ขนาด 1.2*2.4 เมตร จำนวน 1 ป้ายเป็นเงิน 450บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,500 บาท
ค่าอาหารและน้ำดื่ม จำนวน 90 ชุด ๆ ละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 5,400บาท
ค่าถ่ายเอกสารคู่มือความรู้เรื่องเกษตรกรปลอดโรค 90 เล่ม ๆ ละ 30บาทเป็นเงิน2,700 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 25661.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ
2.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้างร้อยละ 100
14270.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ตรวจคัดกรองเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายโดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส พร้อมแจ้งผลการตรวจเลือด (ครั้งที่ 2 )
1.กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุดเป็นเงิน 950 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 25 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,250 บาท
3 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 25661.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการลดปริมาณการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ
- เกษตรกรที่พบสารเคมีในเลือดสูงจากการตรวจครั้งที่1 มีจำนวนลดลง
3200.00 บาท
1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักเห็นความสำคัญของการใช้สารชีวภาพแทนการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ
2.ผู้เข้าร่วมมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีลดลง และสามารถนำปุ๋ยชีวภาพ/ปุ๋ยอินทรีย์มาใช้แทนการใช้สารเคมี
