-
นายมามะ สาและ
-
นางการีหม๊ะ สาและ
-
นางซารีฮะ สาและ
-
นางสุไรณี อุมาแง
-
นางคอลีเย๊าะ ยามา
-
ร้อยละของประชากรในชุมชนที่ไม่สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร80.00
ปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือมะเร็งทุกชนิดความดันโลหิตสูง/โรคหลอดเลือดสมองหลอดเลือด และโรคหัวใจ มีอัตราตาย 101.88 ,49.62 ,38.48 ต่อแสนประชากรตามลำดับ (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพ.ศ.2547) ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม และไม่เพียงพอแม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพฤติกรรมการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย พบว่าร้อยละ 36.6 ของประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไป ที่มีการออกกำลังกายเพียงพอที่จะช่วยป้องกันโรคได้ สำหรับการรับประทานอาหารนั้นจากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยในปีพ.ศ.2551-2552 พบว่าทั้งหญิงและชาย รับประทานผักและผลไม้ เฉลี่ยเพียงวันละ 3.1 และ 3.0 ส่วนมาตรฐาน ตามลำดับ โดยมีความชุกของการรับประทานผักและ ผลไม้ปริมาณต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำ (รวม > 5 ส่วน มาตรฐานต่อวัน) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการปฏิบัติจริง 2 กระบวนการได้แก่ 1. การออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย 3-5 วันๆละอย่างน้อย30 นาที 2. การรับประทานผักและผลไม้สด วันละครึ่งกิโลกรัม หรือรับประทานผักในปริมาณครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อ และลดการรับประทานอาหารไขมันจะสามารถทำให้ประชาชนลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ 20-30 โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดก็ลดลงมากเช่นกัน ทั้งการออกกำลังกายและการปลูกผักร่วมกันยังเป็นกิจกรรมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย ซึ่งความเจ็บป่วยโดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ การบริโภคอาหาร การขาดการออกกำลังกาย จากพฤติกรรมข้างต้น ส่งผลให้ประชากรในพื้นที่มีภาวะอ้วนลงพุง ปัญหารอบเอวเกิน การส่งเสริมประชาชนให้ปฏิบัติตนถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. ปรับพฤติกรรมการบริโภค ลดหวาน มัน เค็ม, การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ หมู่ที่ 3 บ้านนาดา ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนสูงขึ้นทุกปี รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะร่วมกับโรงพยาบาลรือเสาะ และกลุ่มผู้นำชุมชนภายในตำบล จึงได้ร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนในตำบลให้หันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพ โดยเฉพาะด้านอาหารที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม อาหารประเภทนี้จะก่อให้เกิดเป็นโรคดังกล่าว เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนให้ความสำคัญ เกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง ทางชมรม อสม. หมู่ 3 บ้านนาดาจึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ เน้นการป้องกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถดูแลตนเอง เพื่อไม่ให้มีกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังเพิ่มขึ้น และเพื่อให้กลุ่มป่วยสามารถควบคุมอาการตนเองและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้ โดยเน้นการดำเนินงานโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการกระตุ้นและสร้างกระแสให้ประชนในพื้นที่ตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2566
-
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความตระหนัก และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม ลงได้100.001.00
ร้อยละของประชากรในชุมชนมีความรู้ ความตระหนัก และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2566
เสนอโครงการเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ประชุม เตรียมความพร้อมและชี้แจงการจัดงาน
กิจกรรม อบรมและบรรยายให้ความรู้เรื่องโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2566
รายละเอียดการใช้งบประมาณ มีดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x 100 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน.................6,000.............บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท x 100 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน.................7,000.............บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คน x 600 บาท x 3 ชั่วโมง x 2วัน เป็นเงิน ....2,400.......... บาท
ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร 1 ผืน เป็นเงิน.................800.......... .บาท
ค่า..กระดาษปรู๊ฟ 24 แผ่น....................................... เป็นเงิน..............100......... .บาท
ค่า.....ปากกาเคมี 2 กล่อง...................................... เป็นเงิน................. 300..............บาท
ค่าสมุดปกอ่อน เล่มละ 10 บาท X 100 เล่ม เป็นเงิน.................1,000..............บาท
ค่าปากกา 5 บาท x 100 ด้าม เป็นเงิน................500..............บาท
ค่ากระเป๋า 60 บาท x 100 ใบ เป็นเงิน................6,000..............บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ..........24,100.................บาท
3 มกราคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ประชาชนมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม อย่างถูกวิธี
ประชาชนมีความตระหนัก และหันมาใส่ใจสุขภาพด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของตนเอง
ประชาชนมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า
24100.00 บาท
ประชาชนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารได้อย่างถูกต้องตามหลักดภชนาการ
