โครงการการกระตุ้นความสามารถทางสมอง ด้วยกิจกรรมกลุ่ม(congnitive training ) เพื่อฟื้นฟูความสามารถสมองแบบองค์รวมในผู้สูงอายุที่มี่สมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้นหรือภาวะสมองเสื่อม
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุเป็นไปอย่างรวดเร็ว และจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ในปีพ.ศ. 256๖ คือจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด จึงทำให้ภาวะสมองเสื่อมมีอุบัติการณ์สูงขึ้นตามประชากรผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามก่อนจะเกิดโรคสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะมีความสามารถของสมองที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสามารถตรวจพบได้เบื้องต้น คือ ภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น (mild cognitive impairment: MCI) ซึ่งมีการกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยใน ใน Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disrders (DSM) ฉบับล่าสุด คือ ภาวะที่ปริชาชานหรือ cognitive function มีการลดลงจากระดับเดิมของผู้ป่วยเท่ากับ หรือมากกว่า 1 ด้านขึ้นไปคือ ความใส่ใจแบบซับซ้อน (complex attention) ทักษะการจัดการ (executive function) การเรียนรู้และความจำ (learning and memory) ภาษา (language) มิติสัมพัทธ์ (perceptual-motor or visuospatial perception) หรือ การรับรู้ทางสังคม (social cognition) จากข้อมูลประวัติอาการและผลการประเมินด้วยแบบทดสอบทางประสาทจิตวิทยา (neuropsychological tests) โดยอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับประเทศไทยพบผู้สูงอายุที่มีภาวะ MCI ถึงร้อยละ 21.3 ในผู้สูงอายุอายุมากกว่า 60 ปีในชุมชน (Senanarong et al., 2013) และร้อยละ 16.7 ในกลุ่มหญิงวัยหมดประจำเดือน (Deetong-on,2013) ทั้งนี้เพื่อป้องกันการถดถอยของความสามารถของสมองจนกลายเป็นภาวะโรคสมองเสื่อม ในผู้ที่มีภาวะ MCI แนวทางการดูแลโรคสมองเสื่อมในหลายประเทศ อาทิเช่น ประเทศอังกฤษ ได้แนะนำกลุ่มผู้ที่มีภาวะ MCI ให้เข้าร่วมกลุ่มกระตุ้นความสามารถสมอง (cognitive stimulation) (The British Psychological Society & The Royal College of Psychiatrists, 2007) และประเทศออสเตรเลียสนับสนุนให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมทางสังคม และการกระตุ้นความสามารถของสมอง ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ (Woodward et al., 2007) การจัดโครงการ “การกระตุ้นความสามารถสมองด้วยกิจกรรมกลุ่ม (cognitive training) เพื่อฟื้นฟูความสามารถสมองแบบองค์รวมในผู้สูงอายุที่มีสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น” ในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลักในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสมอง ด้านความจำ ด้านความใส่ใจ ด้านทักษะการจัดการ และด้านมิติสัมพันธ์ ของผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60-85 ปี ในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอมโดยใช้กระบวนการจัดการตามแนวคิดการฟื้นฟูในระดับชุมชน (Community -Based Rehabilitation: CBR) เพื่อการเข้าถึงบริการฟื้นฟู สมรรภาพทางสมอง ของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีการพัฒนาแบบครบวงจรโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง
-
เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางสมอง ด้านความจำ ด้านความใส่ใจ ด้านทักษะการจัดการ และด้านมิติสัมพันธ์ ของผู้สูงอายุ20.0050.00
ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพทางสมอง ด้านความจำ ด้านความใส่ใจ ด้านทักษะการจัดการ และด้านมิติสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
-
กลุ่มผู้สูงอายุ30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชนตำบลสะกอม และทีมคณะพยาบาล เพื่อร่วมกันวางแผนประชาสัมพันธ์และลงทะเบียนผู้สนใจ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2566ได้แผนประชาสัมพันธ์โครงการ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 คน
750.00 บาท -
ประเมินสมรรถภาพทางสมองและคัดกรองผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางสมองระยะสั้น
1.ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินสมรรถภาพผู้สูงอายุ จำนวนชุด ๆ
2.1 มีนาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลสะกอมได้รับการประเมินสมรรถภาพทางสมองร้อยละ 100
18500.00 บาท -
จัดกิจกรรมกระตุ้นความสามารถสมอง ด้านความจำ ด้านความใส่ใจ ด้านทักษะการจัดการ และด้านมิติสัมพัทธ์ แก่ผู้สูงอายุ1 เมษายน 2566 ถึง 30 เมษายน 25660.00 บาท
(หมายเหตุ สามารถถัวเฉลี่ยทุกรายการ)
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความสามารถทางสมองเพิ่มมากขึ้น ไม่เกิดภาะวะสมองเสื่อม 2. ผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการฯ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายทางสุขภาพของผู้สูงอายุกลุ่มนี้ลดลง
