โครงการส่งเสริมการแปรงฟันในโรงเรียน
-
โรงเรียนนิคมพัฒนา 6
-
ร้อยละ60เด็กนักเรียนยังขาดความรู้หลักการแปรงฟันที่ถูกวิธี60.00
ปัจจุบันการปฏิรูปไปสู่การส่งเสริมสุขภาพเป็นกิจกรรมที่สำคัญและจำเป็นมากในโรงเรียนเพราะการที่เด็กและเยาวชนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจนั้นเป็นสิทธิขั้นต้นของมนุษย์ ที่ผู้อื่นไม่สามารถหยิบยื่นให้ได้ ซึ่งในยุคปัจจุบันเด็กมีการบริโภคขนมคบเคี้ยวกันอย่างแพร่หลาย ขนมแต่ละชนิดมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก โดยเฉพาะลูกกวาด ลูกอม ซึ่งมีสีสันสวยงาม ทำให้เด็กชอบซื้อมากินอยู่เสมอ หากนักเรียนกินลูกอม และขนมขบเคี้ยวแล้วไม่รักษาดูแล สุขภาพในช่องปาก ไม่มีการแปรงฟันที่ถูกวิธีอาจส่งผลทำให้สุขภาพในช่องปากเสีย ฟันผุ ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้โดยการแปรงอย่างถูกวิธี ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องคือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ถ้าเด็กนักเรียนมีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี ฟันผุ ส่งผลต่อการพัฒนาการ และโภชนาการของเด็ก สุดท้ายส่งผลต่อการเรียนของเด็กในอนาคต จากการสำรวจสภาวะการเกิดโรคฟันผุในโรงเรียนนิคมพัฒนา 6 ปี พ.ศ. 2565 พบว่า นักเรียนมีฟันแท้ผุร้อยละ 47.2 ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ อันเนื่องมาจากการขาดการแปรงฟันที่มีประสิทธิภาพ ความครอบคลุมในการดำเนินกิจกรรมทั้งในส่วนของการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน และตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียน ขาดความดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครองในเรื่องทันตสุขภาพ การลดบริโภคอาหารหวาน และการจัดการเรียนรู้ทางทันตสุขภาพ ทางโรงเรียนนิคมพัฒนา ๖ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงจัดทำโครงการส่งเสริมการแปรงฟันในโรงเรียนนิคมพัฒนา๖ ขึ้น โดยจัดทำโครงการและดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ มีทัศนคติ และการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุน ให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจต่อไป เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรักษาสุขภาพปากและฟันของตนเองจนเกิดเป็นนิสัยในอนาคต
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก80.0050.00
ร้อยละ 50 ของนักเรียนมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก
-
เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 มีความรู้ในการ ดูแลสุขภาพฟันน้ำนมให้ดีเพื่อรองรับฟันแท้ที่กำลังจะงอกของเด็ก20.0010.00
ร้อยละ 50 ของผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 มีความรู้ในการ ดูแลสุขภาพฟันน้ำนมให้ดีเพื่อรองรับฟันแท้ที่กำลังจะงอกของเด็ก
-
เพื่อสร้างสุขนิสัยให้นักเรียนแปรงฟันที่โรงเรียนวันละ 2 ครั้งและมีทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้องตามช่วงวัย80.0050.00
ร้อยละ 50 ของนักเรียนมีทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้องตามช่วงวัย
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน120
-
กลุ่มวัยทำงาน20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-6 เรื่องสุขภาพช่องปากในวัยเรียน และผู้ปกครอง
ค่าวิทยากร 1 คน×300บาท×3 เป็นเงิน 900 บาท
-ค่าอาหารว่างจำนวน 140 ชุด × 25บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท ค่าอาหารมื้อเที่ยงจำนวน 20 ชุด × 50 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,000 บาท -ค่าไวนิลขนาด 1.2 ม.× 2.4 ม.เป็นเงิน 720 บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์ ประกอบการอบรม ค่าสมุดบันทึกจำนวน 140 × 10 บาทเป็นเงิน 1,400 บาท ค่าปากกา จำนวน 140 × 5 บาทเป็นเงิน 700 บาท4 กรกฎาคม 2566 ถึง 4 กรกฎาคม 2566นักเรียนและผู้ปกครอง ได้ความรู้จากการอบรม
8220.00 บาท -
ฝึกทักษะการแปรงฟันอย่างถูกวิธีตามช่วงวัย
ค่าอุปกรณ์สำหรับฝึกทักษะการแปรงฟัน -ค่าแปรงฟัน จำนวน 120 ด้าม × 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท -ค่ายาสีฟัน จำนวน 120 หลอด × 40 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท -ค่าแก้วน้ำ จำนวน 120 อัน × 10 บาทเป็นเงิน 1200 บาท -ค่าผ้าขนหนู จำนวน 120 อัน × 8 บาท เป็นเงิน 960 บาท
4 กรกฎาคม 2566 ถึง 4 กรกฎาคม 2566นักเรียนรู้วิธีการการแปรงฟันอย่างถูกวิธีตามช่วงวัย
9960.00 บาท
1.ผู้ปกครองเด็กชั้นอนุบาล 1-3 ทำความสะอาดช่องปากเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้องตามช่วงวัย 3.เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก
