โครงการสร้างความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง เขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าควาย ปีงบประมาณ 2566
-
นางณฐมน ผุดพัฒน์ ประธานอสม. หมูที่ 5
-
นางฉ้าย เหมือนศรีประธานอสม. หมูที่ 6
-
นางธนภรณ์ มหาแสนประธานอสม. หมูที่ 12
-
นางระวิวรรณ หนูทองประธานอสม. หมูที่ 14
-
นางหนูจิน คงเหล่ประธานอสม. รพ.สต. บ้านท่าควาย
-
จำนวนผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ปีที่ผ่านมา13.00
-
จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ปีที่ผ่านมา49.00
จำนวนผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ปีที่ผ่านมา 13 คน และจำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ปีที่ผ่านมา 49 คน ตามลำดับ ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือ ขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอ แม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง จากการสำรวจของกรมอนามัย พบว่า คนไทยมีเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น ที่มีการออกกำลังกายเพียงพอที่จะช่วยป้องกันโรคได้ และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยอายุมากกว่า 15 ปี เฉลี่ยการบริโภคผักและผลไม้ เท่ากับ 5.97 และ 4.56 วันต่อสัปดาห์ ตามลำดับ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการปฏิบัติจริง 2 กระบวนการ ได้แก่
1. การออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย 3-5 วันๆ ละอย่างน้อย 30 นาที
2. การรับประทานผักและผลไม้สด วันละครึ่งกิโลกรัม หรือรับประทานผักในปริมาณ ครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อ และลดการรับประทานอาหารไขมัน จะสามารถทำให้ประชาชนลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้
-
เพื่อกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคเรื้อรัง80.00
อัตราร้อยละกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคเรื้อรังหลังการอบรม
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้50.00
อัตราร้อยละกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้
-
กลุ่มวัยทำงาน50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหากลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
จัดทำโครงการเสนอกองทุนระบบหลักประกันสุขภาพตำบลโคกม่วง
ประชุม อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ
จัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ ในการดำเนินการตามโครงการ
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 25660.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย การกินผักและไม้ จำนวน 50 คน
กำหนดการ
08.30–09.30 น. ลงทะเบียน / ทดสอบความรู้ก่อนอบรม
09.30–10.30 น. ประเมินรอบเอว ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือด ครั้งที่ 1
10.30–10.40 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.40–12.00 น. ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ.
12.00–13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00–15.00 น. กินผักผลไม้ให้เพียงพอ ช่วยต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
15.00–15.10 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.10–16.00 น. ทดสอบความรู้หลังอบรม
ค่าอาหารว่าง 50 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาทค่าอาหารกลางวัน 50 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
20 เมษายน 2566 ถึง 20 เมษายน 25665000.00 บาท -
การติดตาม ประเมินการดำเนินกิจกรรม ปลูกผักสวนครัว และการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน 50 คน
ส่งเสริมครัวเรือนมีการปลูกผัก และกินผักที่ถูกต้อง
ส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านมีออกกำลังกาย และต่อเนื่องตลอดทั้งปี
การจัดตั้งกลุ่มชมรมในหมู่บ้านเช่น กลุ่มชมรมการกินผัก และการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสมาชิกในกลุ่ม
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 20 กันยายน 25660.00 บาท -
จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบในชุมชนด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- มีบุคคลต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ประกวดบุคคลต้นแบบสุขภาพดี
- ประกวดเมนูชูสุขภาพ
- ประเมินรอบเอว ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือด ครั้งที่ 2
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
- ค่าของรางวัลประกวดบุคคลต้นแบบสุขภาพดี เป็นเงิน 2,700 บาท
- ค่าของรางวัลประกวดเมนูชูสุขภาพ เป็นเงิน 2,700 บาท
- ค่าเช่าเวที เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าเช่าเครื่องเสียงเป็นเงิน1,000 บาท
8 กันยายน 2566 ถึง 8 กันยายน 25669650.00 บาท -
สรุปผลการประเมินสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง
- สรุปผลการดำเนินงานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การวัดรอบเอว ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือด
ของกลุ่มเสี่ยง
- นำผลการศึกษาในที่ประชุม อสม. และประชาสัมพันธ์ในชุมชนได้รับทราบ เพื่อดำเนินการถ่ายทอดความรู้ให้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง และมีชุมชนต้นแบบการจัดการสุขภาพ
25 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 25660.00 บาท - สรุปผลการดำเนินงานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การวัดรอบเอว ความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือด
งบประมาณใช้จ่ายในกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- มีชุมชนต้นแบบการจัดการสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งพึ่งตนเองทางสุขภาพได้
- อัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 5.00 และความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลงร้อยละ 2.50
