โครงการพัฒนาศักยภาพ อสม.ด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังกรณีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและหัวใจและหลอดเลือด
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)11.37
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย3.66
จากสถานการณ์กลุ่มโรคไม่ติดต่อ ที่เป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลก และอันดับหนึ่ง ในประเทศไทย ทั้งในมิติของการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม ซึ่งโรคไม่ติดต่อหลักที่สำคัญ ได้แก่โรคหัวใจ และหลอดเลือดโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคทางจิตอันเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่อาหารที่ไม่เหมาะสม กิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ บุหรี่สุรา และมลพิษทางอากาศซึ่งในปีพ.ศ.2563 ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อ ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่ออย่างมาก เป็นความท้าทายของระบบสุขภาพต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ กองโรคไม่ติดต่อ มีพันธกิจในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ การศึกษาค้นคว้าวิจัย การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และการผลักดันให้เกิดกฎหมาย มาตรการ และ นโยบายสาธารณะด้านการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเพื่อให้ประชาชนได้รับการป้องกันควบคุม โรคไม่ติดต่อระดับมาตรฐานสากล ภายในปี2580ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กองโรคไม่ติดต่อได้ขับเคลื่อนทั้งในเชิงนโยบายและการถ่ายทอดการปฏิบัติสู่พื้นที่ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งในและนอก กระทรวงสาธารณสุขและองค์การระหว่างประเทศ โดยใช้ยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ ระดับชาติ 5ปี (พ.ศ. 2560 - 2564) กรอบและทิศทางหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งในปีพ.ศ. 2563 - 2565 กำหนดการขับเคลื่อนนโยบายเร่งรัดเพื่อป้องกันควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพื่อสร้างเสริม ให้ประชาชน รู้ตัวเลขของตัวเองที่บ่งบอกสถานะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ความยาวเส้นรอบเอว น้ำหนัก การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในพื้นที่ตำบลปันแตทั้งหมด 759 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 336 ราย จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ จำนวน 141ราย คิดเป็นร้อยละ 41.41 ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ จำนวน 510 รายคิดเป็นร้อยละ 67.11ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมาย ของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ระดับน้ำตาลในเลือด น้อยกว่า 130mg%ได้ อย่างน้อย ร้อยละ 50 ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติระดับความดันโลหิต น้อยกว่า 140/90 mm.Hgอย่างน้อยร้อยละ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยและครอบครัวส่วนใหญ่ ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมตามแนวทางการรักษา เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย จากภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งไม่ตระหนักถึงภาระค่าใช่จ่ายของครอบครัว ภาครัฐในการดูแลรักษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้ตระหนักถึงความสำคัญปัญหานี้จึงได้จัดทำ โครงการพัฒนาศักยภาพ อสม.ด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กรณีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและหัวใจและหลอดเลือด ขึ้น
-
เพื่อให้อสม./แกนนำสุขภาพมีส่วนร่วมในการดำเนินงานควบคุมโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง90.00100.00
อสม./แกนนำสุขภาพมีส่วนร่วมในการดำเนินงานควบคุมโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง
-
เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วย40.0050.00
ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตได้ ประมวลผลจากฐานข้อมูลHDC On Cloudสสจ.พัทลุง
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรค15.0010.00
ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-
ลดอัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง10.005.00
ลดอัตราป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง386
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กรณีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหัวใจหลอดเลือดสมอง
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กรณีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหัวใจหลอดเลือดสมอง แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป้นเวลา 1 วัน
-.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้จัด จำนวน 120 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
-.ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 900 บาท
1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 สิงหาคม 2566ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมอบรมฯครบตามจำนวน
- ผลลัพธ์ อสม.หรือแกนนำสุขภาพ มีส่วนร่วมในการติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง
- ผลลัพธ์ อสม.หรือแกนนำสุขภาพ มีส่วนร่วมในการติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง
อย่างต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 45
-ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารควบคุมระดับความดันได้ร้อยละ 55
-ลดภาวะแทรกซ้อนของโรค
3900.00 บาท
- ผู้ป่วยสามารถจัดการโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยตนเอง ได้ถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนของโรคทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
