โครงการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร ปี 2566 รพ.สต.บ้านทรายขาว
-
นายวิโรจ ชาญแท้
-
นางพรรณฤพร พิเศษ
-
นางซูไนดา ตามะ
-
นางสาวเสาวนีย์ เทพกำเหนิด
-
นางสาวนูรยาตีม ดอเลาะ
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ประชากรบางส่วนในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว จะมีพื้นที่ที่ใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งประกอบด้วย ทำนา ปลูกพืชผัก และทำไร่ ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้างและยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างเสี่ยง จากผลการคัดกรอง ปี 2565ที่ผ่านมาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว ได้ทำการตรวจคัดกรองเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีปราบศัตรูพืช จำนวนกลุ่มเสี่ยง 17 คน พบว่าผลการตรวจเลือดระดับปลอดภัย จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 64.71 ระดับมีความเสี่ยง จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ23.53 และระดับไม่ปลอดภัย จำนวน 2 คน11.76 (ข้อมูลจากการตรวจเลือดหาสารเคมีในเกษตรกร ปี 2565) จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเกษตรกรในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว ก็ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีบางคนที่นำมาใช้อย่างถูกวิธีและบางคนใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว จงได้จัดทำโครงการเจาะเลือดตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองหาสารเคมีในเลือด0.00
เกษตรกรได้รับการตรวจสารพิษตกค้างในเลือด ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร0.00
เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ร้อยละ 90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี
ป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 700.-บาท
ป้ายให้ความรู้แบบมีขาตั้ง จำนวน 3 ป้าย ๆละ 900 บาท เป็นเงิน 2,700.- บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการให้ความรู้ กลุ่มเป้าหมาย 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท X 30 คน เป็นเงิน 1,500.- บาท
ค่าอาหารกลางวันในการให้ความรู้ กลุ่มเป้าหมาย 1 มื้อ ๆ ละ 50 บาท X 30 คน เป็นเงิน 1,500.- บาท
ค่าวัสดุในการอบรม จำนวน 30 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 มิถุนายน 25668200.00 บาท -
เจาะเลือดตรวจหาสารเคมีเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี
กระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 850.- บาท
อุปกรณ์ในการตรวจ ประกอบด้วย
เข็มเจาะปลายนิ้ว จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 320 บาท
Capillary tube จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 320 บาท
ถุงมือ จำนวน 1 กล่อง เป็นเงิน 120 บาท
สำลี 1 ห่อ เป็นเงิน 110 บาท
แอลกอฮอล์ 70% จำนวน 1 ขวด เป็นเงิน 50 บาท
ดินน้ำมัน 6 ก้อนๆละ 5 บาท เป็นเงิน 30 บาท
รวมเป็นเงิน 950.- บาท
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 มิถุนายน 25661800.00 บาท
1.เกษตรกรมีผลเลือดระดับปกติและปลอดภัย 2.เกษตรกรมีพฤติกรรมการป้องกันการใช้สารเคมีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
