โครงการส่งเสริมปลุกพลังชุมชน “ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข”
-
นายฮีลมี อับดุลรอนิง
-
นายฮีซาม กะจิ
-
นายอลัส แวกือจิ
-
นายอำมาร แวหะยี
-
นายอัซฮาน แวดาแม
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) การบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาทางสุขภาพที่ร้ายแรง บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะนักเทคนิคการแพทย์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสำคัญ ในการรณรงค์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ มุ่งให้มีการลด/ละ/เลิกการสูบบุหรี่ เนื่องจากการงดบริโภคยาสูบหรือการหยุดสูบบุหรี่ จะทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ สุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้ ของสมาชิกในครอบครัว และของผู้อื่นในสังคมดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวและประเทศชาติในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ที่มีสาเหตุแห่งความเจ็บป่วยมาจากการบริโภคยาสูบหรือการสูบบุหรี่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการควบคุมการบริโภคยาสูบ หรือการเลิกสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มี “วันงดสูบบุหรี่โลก” (World No Tobacco Day) ขึ้นใน วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกได้มุ่งเน้นให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขทุกสาขาอาชีพ ร่วมมือกันก่อตั้ง “เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่” อันประกอบไปด้วย 7 สาขาวิชาชีพ ในระยะแรก ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สาธารณสุข เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด ซึ่งต่อมาเครือข่ายฯ ได้ขยายออกไปเป็น 17 วิชาชีพ ที่เพิ่มมาอีก 10 วิชาชีพ ได้แก่ หมออนามัย จิตวิทยาคลินิก แพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ รังสีเทคนิค เวชนิทัศน์ สัตวแพทย์ เวชศาสตร์การกีฬา และศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โดยมีเป้าหมายในการร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านพิษภัยควันบุหรี่ จัดกิจกรรมควบคุมการบริโภคยาสูบ และรณรงค์การลด/ละ/เลิกการสูบบุหรี่ เพื่อให้การต่อต้านพิษภัยควันบุหรี่ มีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์ และนำไปสู่เป้าหมาย “สังคมไทยปลอดบุหรี่” ได้ในที่สุด จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับเดือนละเกือบ 11,000 คน หรือวันละ 8 คน และในบุหรี่มีสารเคมี 4,000 กว่าชนิด เช่น formaldehyde (สารเคมีที่ใช้ดองศพ) carbon monoxide (เช่นเดียวกับควันจากท่อไอเสียเครื่องยนต์) สาร acetone (สารเคมีที่ใช้ล้างเล็บ) ซึ่งสารเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสุภาพทั้งต่อผู้สูบเองและผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ที่ได้รับควันบุหรี่เป็นเด็ก ก็จะยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น เนื่องจากเด็กยังมีภูมิต้านทางโรคค่อนข้างต่ำ และยังไม่สามารถป้องกันตนเองจากการได้รับควันบุหรี่จากผู้ใหญ่ได้ นอกจากนั้น งานวิจัยยังพบว่า ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิต จากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ปีละ 52,000 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน และผู้ที่ติดบุหรี่ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เริ่มสูบและติดบุหรี่ ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยรุ่น ในช่วงอายุ 11-18 ปี โดยยังสูบต่อเนื่องไปจนอยู่ในวัยเยาวชน ในช่วงอายุ 19-25 ปี และผู้ใหญ่ตอนต้น ในช่วงอายุ 25-35 ปี ซึ่งกลุ่มเยาวชนลังฆารีย์ หมู่ที่2 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ในฐานะที่มีความใกล้ชิดกับเยาวชนมากที่สุด ได้เห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมจากการสำรวจประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ผ่านระบบข้อมูล TCNAP พบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านลางา มีเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงต่อภัยของบุหรี่ประมาณ 89 ที่มีครอบครัวและคนใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่ กลุ่มเยาวชนลังฆารีย์ จึงได้จัดทำ “โครงการ ส่งเสริมปลุกพลังชุมชน “ลดพื้นที่สูบ เพิ่มพื้นที่สุข” เพื่อให้เด็ก เยาวชน ห่างไกลจากการสูบบุหรี่ และรณรงค์ให้ผู้ที่กำลังสูบ ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่นั้นเป็นอันตรายต่อผู้สูบบุหรี่และผู้ที่อยู่ใกล้กับผู้สูบบุหรี่ทั้งยังเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่การติดสิ่งเสพติดอื่นๆได้
-
1. เพื่อลดอัตราการสูบยาสูบของเด็กและเยาวชนร่วมถึงวัยทำงาน7.000.00
- ร้อยละ 80 ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเนื้อหาที่ได้อบรม
-
2. เพื่อลดอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้าน7.000.00
- ร้อยละ 20 ผู้เข้าร่วมลดการได้รับควันบุหรี่มือสองลง
-
3. เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรักสุขภาพและคนในครอบครัว7.000.00
- ร้อยละ 80 ผู้เข้าร่วมมีเวลาว่างในการกิจกรรมร่วมกัน และเห็นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนนำไปสู่ความสงบสุขในชุมชนนั้นๆ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ชุมชนปลอดบุหรี่
1.1 แต่งตั้งคณะทำงาน จำนวน 1๕ คน
1.2 จัดประชุมคณะทำงาน
1.3 ประชาสัมพันธ์โครงการ
1.4 นำเสนอแลกเปลี่ยน วิเคราะห์
1.5 จัดทำแผนการดำเนินงานบูรณาการร่วมกัน
1.6 จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง พร้อมประชุมแลกเปลี่ยนก่อนและหลังการดำเนินงาน จำนวน ๑ ครั้ง
ค่าใช้จ่าย
- ป้ายไวนิลคณะกรรมการ จำนวน 1 ป้าย
ขนาด 1 x 3 เมตร 900 บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 1๕ คน 35 บาท เป็นเงิน ๕๒๕ บาท
ป้ายชุมชนปลอดบุหรี่ จำนวน ๒ ป้าย เป็นเงิน ๑,๔๔๐ บาท
สมุดจดบันทึก 1 เล่ม เป็นเงิน 20 บาท
- ป้ายไวนิลคณะกรรมการ จำนวน 1 ป้าย
ขนาด 1 x 3 เมตร 900 บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 1๕ คน 35 บาท เป็นเงิน ๕๒๕ บาท
ป้ายชุมชนปลอดบุหรี่ จำนวน ๒ ป้าย เป็นเงิน ๑,๔๔๐ บาท
สมุดจดบันทึก 1 เล่ม เป็นเงิน 20 บาท
24 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 25662885.00 บาท - ป้ายไวนิลคณะกรรมการ จำนวน 1 ป้าย
-
กิจกรรมที่ 2 สายใยรักครอบครัว คนสามวัย
กิจกรรมกลุ่มและอบรม เรื่องพิษภัยบุหรี่ การดูแลคนในครอบครัวสร้างสานสัมพันธ์ให้กำลังใจกันและกัน มีส่วนร่วมในการให้เด็กและเยาวชนเลิกบุหรี่ ผ่านการจัดกระบวนการกลุ่ม และทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพ่อแม่และลูกจำนวน ๘๐ คน เช่น กอด บอกรัก และมอบดอกไม้
ค่าใช้จ่าย
-อาหารกลางวันจำนวน ๘๐ คน x ๕๐ บาท เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
-อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน ๒ มื้อๆละ ๓๕ บาท จำนวน ๘๐ คน เป็นเงิน ๕,๖๐๐ บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร ๓ ชม. ๆละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๘๐๐ บาท
-ค่าป้ายไวนิล ๙๐๐ บาท
-ค่าอุปกรณ์ประกอบการทำกระบวนการกลุ่ม เช่น กระดาษ ปากกาเคมี ดอกไม้ สี เป็นเงิน ๗๕๐ บาท
26 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 25 มีนาคม 25661.คนในครอบครัวเกิดความรักระหว่าง พ่อแม่ ลูก
- เวลาว่างในการทำกิจกรรมร่วมกัน และเห็นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนนำไปสู่ความสงบสุขในชุมชนนั้นๆ
13050.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 ครอบครัวต้นแบบเลิกบุหรี่
กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมจำนวน 80 คน แสดงความจำนงในเอกสาร พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อประกาศตนเลิกบุหรี่ และมีการเล่าประสบการณ์ วิธีการและกลวิธีงด ละ เลิกบุหรี่ ซึ่งมีกำหนด 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน สามารถ
เลิกได้ถาวร มีการประกาศหรือปฏิญาณตน พร้อมรับมอบเกียรติบัตรการตั้งใจเลิกบุหรี่ พร้อมมีการให้คำปรึกษาการเลิกบุหรี่ วิธีการเลิกบุหรี่ เช่น ใช้การนวดกดจุดร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญของ จนท.รพ. มายอ และติดตามและประเมินผล
ค่าใช้จ่าย
-ค่าอาหารกลางวัน 80 x 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 5,600 บาท
-ค่าวิทยากรบุคคลต้นแบบ แนะนำการเลิกบุหรี่ จำนวน 5 คน x 300 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
-กระดาษเกียรติบัตร จำนวน ๒0 แผ่น จำนวน 1,000 บาท
26 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 25 มีนาคม 2566เกิดครอบครัวต้นแบบเลิกบุหรี่
ลดการได้รับบุหรี่มือสองลง
12100.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมเดินประชาสัมพันธ์การต่อต้านการสูบบุหรี่
ส่งเสริมสถานที่ราชการ ปลูกจิตสำนึก ประชาสัมพันธ์ข้อตกลงในการขอใช้สถานที่ มีการ่วมบำเพ็ญประโยชน์ เช่น ทำความสะอาดมัสยิด กวาดขยะ ส่งเสริมด้วยหลักศสานาเป็นประจำทุกเดือนติดต่อกัน 4 ครั้ง
สรุปโครงการ (เสร็จสินโครงการ)
26 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 28 เมษายน 256610100.00 บาท
ค่าใช้จ่ายถัวเฉลี่ยทุกรายการตามจ่ายจริง กิจกรรม/กำหนดอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถาการณ์และความเหมาะสม
- เกิดสภาพบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมรอบๆข้างเอื้อต่อการพูดคุย
- เยาวชนสามารถปรับแนวคิดทัศนะคติไปในระดับหนึ่ง
- เยาชนเป็นต้นแบบชีวิตในด้านการพัฒนาเพิ่มขึ้น
- เกิดความรักสามัคคีในหมู่คณะ
- เกิดบุคคลต้นแบบที่สามารถเลิกบุหรี่ได้
