-
นางซาลือมา สาและ
-
นางสาวฟิรดาวส์ มายีซา
จากการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาพของสตรีตำบลตะบิ้ง พบว่าปัญหาสุขภาพของสตรีวัยเจริญพันธ์ถึงวัยกลางคน ช่วงอายุ ๑๕-๕๙ ปี คือ การมีดัชนีมวลกายสูง กระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและมะเร็ง ซึ่งโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมในสตรีเป็นปัญหาสุขภาพที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การเสริมสร้างพลังอำนาจสำหรับสตรีในการป้องกันสุขภาพ พบว่าสตรีอายุ 15-49 ปี มีปัจจัยความเสี่ยงคือสตรีที่ละเลยการตรวจสุขภาพ ปัญหาสำคัญ คือ 1)บกพร่องความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง 2) ขาดแรงจูงใจและแรงสนับสนุน โดยเฉพาะจากสามี,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้นำชุมชน และ 3) ปัญหาในเรื่องของอุปสรรคทางวัฒนธรรม คือ ความอาย ซึ่งต้องการการเสริมสร้างพลังอำนาจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจเป็นรูปแบบที่สร้างขึ้นจากคำแนะนำของกลุ่มสตรี คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดกูแลสุขภาพร่วมกับการจัดกิจกรรม เพื่อสุขภาพในแต่ละหมู่บ้าน อนามัยเจริญพันธุ์เป็นสุขภาพอนามัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและหน้าที่ของการเจริญพันธุ์ในทุกช่วงของชีวิต องค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ สตรีมีความสามารถเจริญพันธุ์ได้ มีบุตรได้ และสามารถมีความสุข กับการมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ สามารถมีบุตรแข็งแรงและบุตรมีการเจริญเติบโต และพัฒนาการตามวัย มีวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัย และมีการดูแลสตรีระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด ระยะหลังคลอด มีผลทำให้สตรีและบุตร ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งความต้องการทางเพศ ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง ต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ อนามัยเจริญพันธุ์ไม่ดีจะมีผลเสียต่อสตรีอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมการส่งเสริมสถานภาพของสตรีทำได้ในขีดจำกัด การบริการดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมจะเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น การดูแลส่งเสริมให้สตรีมีการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามวัย รวมทั้งการได้รับบริการตรวจค้นหา เพื่อป้องกันโรค การส่งเสริมอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี จึงเป็นการส่งเสริมสุขภาพของสตรีให้มีสุขภาพดี และคุณภาพชีวิตดีด้วยทางหนึ่ง สุขภาพสตรี ปัญหาที่สำคัญ คือ ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้โดยการมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายเครียด การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และการตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเองเป็นต้นการออกกำลังกายเป็นพฤติกรรมสุขภาพประการหนึ่งที่สำคัญ การออกกำลังกายติดต่อกันอย่างน้อย 6-12 เดือน อย่างสม่ำเสมอจะให้ประโยชน์ทั้งต่อด้านร่างกายและจิตใจ ด้านร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียน ผลดีต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ การออกกำลังกายทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของ การเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนได้ (Osteoporosis) ได้ ช่วยในการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้น ลดการสะสมระดับของไขมันในร่างกาย ในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันโรค การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4 ชั่วโมง หรือมากกว่านี้ต่อสัปดาห์ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนโตเป็นผู้ใหญ่ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันการเกิด สารก่อมะเร็ง และเพิ่มการไหลเวียนของเม็ดโลหิตขาวทำให้ลดปัญหาสุขภาพได้ ด้านจิตใจ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสดชื่นอิ่มเอิบ อารมณ์ดี ลดความตึงเตรียดและนอนหลับได้ดี และผลดีด้านสังคม คือ ช่วยให้มีสัมพันธภาพ และมิตรไมตรีต่อกัน มีความเอื้ออาทรต่อกันในชุมชน การที่ประชาชนทุกคนมีสุขภาพที่ดีนั้นประชาชนจะต้องพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้มากขึ้น พยาบาลในฐานะที่เป็นบุคลากรสุขภาพ ควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้หญิง ควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของสตรี ควรให้บริการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เช่น การจัด โครงการส่งเสริมสุขภาพสตรี อารมณ์ดีชีวีมีสุขโดยการผสมผสานการดูแลสุขภาพหลากหลายวิธี เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสตรี และให้สตรีมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับผิดชอบการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพด้วยตนเองที่ยั่งยืน จึงได้มีแนวคิดในการจัดทำโครงการเกี่ยวการส่งเสริมสุขภาพสตรีวัยเจริญพันธุ์ ที่ครอบคลุมเกี่ยวการให้ความรู้ ส่งเสริมการตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเองจากโรคต่างๆ
-
กลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 80 รู้วิธีการดูแลสุขภาพสตรีในเรื่องของการออกกำลังกาย การจัดการความเครียด อาหาร และการป้องกันโรคต่าง ๆ0.00
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ส่งเสริมสุขภาพสตรี อารมณ์ดี ชีวีมีสุข
กิจกรรมที่ 1 ส่งเสริมสุขภาพสตรี อารมณ์ดี ชีวีมีสุข กิจกรรมช่วงเช้า อบรมให้ความรู้ บรรยายให้ความรู้การควบคุม พัฒนา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี เพื่อส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง กิจกรรมคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น เช่น วัดความดัน วัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และตรวจสุขภาพฟันตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ทำแบบประเมินความเครียด ค่าใช้จ่าย 1. ค่าวิทยากร 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 = 1,800 บาท 2. ค่าอาหารว่าง จำนวน 60 คน x ละ x 35 บาท x 2 มื้อ= 4,200 บาท 3. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน x 80 บาท x 1 มื้อ= 4,800 บาท 4. ป้ายไวนิล 1 x 3 จำนวน 1 ป้าย= 1,050 บาท รวมค่าใช้จ่ายกิจกรรมที่ 1 ทั้งหมด 11,850 บาท1 สิงหาคม 2566 ถึง 29 กันยายน 2566ประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 1 - 6 ต.ตะบิ้ง จำนวน 60 คน
11850.00 บาท
- ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพ การจัดการความเครียด อาหาร และการป้องกันโรคต่างๆ
- ประชาชนมีความตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคมากขึ้น
- ประชาชนสามารถถ่ายทอดความรู้สู่บุคคลอื่นในครอบครัวได้
