ส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน4.37
จากการเปลี่ยนแปลงตามภาวะกระแสโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคม และ การเมืองเทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป เช่น พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป มักนิยมบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง โปรตีนสูง กากใยน้อย ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้เป็นภัยเงียบที่รักษาไม่หาย และ ยังทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว มักเกิดจาก กรรมพันธุ์และพฤติกรรม เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วย และ ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นคนปกติโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน จากการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชน อายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ตั้งแต่เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ถึง เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๘,๒๓๔ ราย พบว่ามีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน๑๗๓ราย ร้อยละ ๒.๑๐และ เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง๒๓๗ราย ร้อยละ ๒.๘๘ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหม่อมได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อค้นหาโรคโดยวิธีการเจาะเลือดเพื่อคนหาโรคและให้ความรู้และส่งต่อรักษาต่อในกลุ่มที่มีผลเลือดผิดปกติ จึงเขียนโครงการเพื่อเจาะเลือดคนหาโรคไขมันในเลือดสูงโรคเบาหวานขึ้นเพื่อป้องกันและให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับการรักษาและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
-
ลดร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน4.374.10
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์โครงการและเปิดรับสมัครประชาชนที่เสี่ยงโรคเบาหวานผู้เข้าร่วมโครงการ โดยใช้เกณฑ์ในการสมัครเข้าร่วมโครงการเกณฑ์ ผู้เข้าร่วมโครงการ
- ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 1 X 3 เมตรจำนวน1 ป้าย เป็นเงิน 360 บ.
- ค่าแบบคัดกรองผู้เข้าร่วมโครงการ เหมาจ่าย เป็นเงิน100 บ.
15 มีนาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานสมัครเข้าร่วม
460.00 บาท -
อบรมให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย
- ค่าวิทยากร 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน2 ,400 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมอบรม ทีมผู้จัดและวิทยากร 57 คนx1 มื้อ ๆละ 35บาท เป็นเงิน1,995 บ.
- ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมอบรม ทีมผู้จัดและวิทยากร 57 คนx1 มื้อ ๆละ 70บาท เป็นเงิน 3,990 บ
7 เมษายน 2566 ถึง 7 เมษายน 2566กลุ่มเสี่ยงมีความรู้และสามารถดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
8385.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เข้าร่วมโครงการ
ไม่มีค่าใช้จ่าย
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 ตุลาคม 2566กลุ่มเสี่ยงมีค่าระดับน้ำตาลและค่าความดันลดลง ร้อยละ 50
0.00 บาท -
ประเมินภาวะสุขภาพโดยการเจาะเลือดเพื่อประเมินผลหลังเข้าร่วมโครงการ ทุก 3 เดือน และ 6 เดือน
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการทีมเจาะเลือด 55 คนx1 มื้อ ๆละ 35บาท x 2 ครั้ง เป็นเงิน 3,850 บ.
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 22 ธันวาคม 2566- กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามระดับน้ำตาล
- ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
3850.00 บาท
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพส่งผลให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และโรคเบาหวานลดลง
