โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการและพัฒนาการสำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลปูยุด
เด็กก่อนวัยเรียนที่มีอายุระหว่าง 0 - 6 ปี การเจริญเติบโตของสมองเป็นไปอย่างรวดเร็วจนถึงอายุ 6 ปีการเจริญเติบโตของสมองจะเร็วมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใหญ่ การเจริญเติบโตจะเห็นได้ชัดเจนทางร่างกายทั้งน้ำหนักและส่วนสูงโดยเฉพาะน้ำหนักเมื่อแรกเกิดหนักประมาณ 3 กิโลกรัมต่อมาจะเพิ่มเป็น 4 เท่าเมื่ออายุ 2 ปีส่วนความสูงแรกเกิดยาวประมาณ 50 เซนติเมตรและจะเพิ่มเป็น 100 เซนติเมตรเมื่ออายุครบ 4 ปี การเติบโตดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับสารอาหารต่างๆอย่างครบถ้วนที่มีคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม และภาวะทุพโภชนาการในเด็กอายุ 0-5 ปี ไม่เกินร้อยละ 7 ซึ่งพัฒนาการทางด้านร่างกายนี้อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของเด็กตามมา จำเป็นต้องมีการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่สมวัยในทุกด้านของชีวิตอาหารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กก่อน วัยเรียน จึงเป็นการวางรากฐานของชีวิตที่ดีสำหรับเด็กในวัยนี้และระยะต่อไป
การขาดสารอาหารในระยะนี้จะมีผลต่อการพัฒนาทางร่างกายและสมองมากที่สุดเพราะทำให้เด็กมีสติปัญญาการเรียนรู้ด้อยลง ร่างกายแคระแกรน ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเด็กวัยอื่น พ่อแม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารให้เด็กในวัยนี้อย่างถูกต้องและเพียงพอกับความต้องการตามวัยและที่สำคัญต้องมีความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเด็กด้วย
โภชนาการในเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ควรมีการส่งเสริมภาวะโภชนาการเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดภาวะทุพโภชนาการ อาหารที่จัดให้ควรเป็นอาหารที่เหมาะสมกับวัย ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพียงพอกับความต้องการและตรงกับลักษณะนิสัยของเด็ก โดยเน้นอาหารหลัก 5 หมู่ อาหารเสริม เนื่องจากเด็กก่อนวัยเรียนมีความต้องการพลังงานและสารอาหารในปริมาณค่อนข้างสูงจากการที่ร่างกายของเด็กกำลังเจริญเติบโต หากได้รับไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย อาจทำให้เด็กเกิดปัญหาทางโภชนาการขึ้น ซึ่งปัญหาทางโภชนาการที่พบบ่อย ได้แก่ โรคขาดโปรตีนและพลังงาน โรคขาดสารไอโอดีน โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และโรคขาดวิตามินเอ ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคที่ป้องกันได้โดยการให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยต่อการบริโภค ตลอดจนมีปริมาณพอเพียงและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกายร่วมกับการให้โภชนศึกษาแก่พ่อแม่ และการเฝ้าระวังทางโภชนาการ โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงทุก 3 เดือน แล้วนำน้ำหนัก ส่วนสูง ไปเทียบกับกราฟมาตรฐาน ซึ่งเป็นกราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทย จะเห็นได้ว่าโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก เด็กจึงควรได้รับการส่งเสริมภาวะโภชนาการอย่างถูกต้อง เพื่อให้มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการเหมาะสมกับวัย สามารถเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ในอนาคต ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลปูยุดร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลปูยุด จึงได้คิดที่จะส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการของเด็กให้มีความสมบูรณ์มีการเจริญเติบโตตามวัยและมีพัฒนาครบทั้ง 4 ด้านเพื่อจะได้มีสุขภาพอนามัยที่ดีและมีพัฒนาการสมวัย จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการและพัฒนาการสำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลปูยุดขึ้น
-
เพื่อให้ผู้ปกครอง ครูผู้ดูแลเด็กและผู้ประกอบอาหารกลางวันในศูนย์พัฒนาเด็กและผู้ประกอบอาหารกลางวันในศูนย์พัฒนาเด็กได้เล็กได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโภชนาการในเด็กอย่างถูกต้อง0.00
ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองเด็กประกอบอาหารกลางวัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 56 คน เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ
-
เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองเด็กปฐมวัยใน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เฝ้าระวังการเกิดภาวะโภชนาการ การขาดสารอาหารในเด็ก0.00
ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองเด็กปฐมวัยได้ติดตามและเฝ้าระวังการเกิดภาวะโภชนาการ การขาดสารอาหารในเด็ก ร้อยละ ๘๕
-
เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองเด็กปฐมวัยและ ผู้ประกอบอาหารกลางวัน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้มีความรู้ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ประกอบอาหารโดยใช้เกลือไอโอดีน0.00
ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองเด็กปฐมวัยได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เกลือไอโอดีนในการ ประกอบอาหาร และประโยชน์ของสารไอโอดีน ร้อยละ ๙๐
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน56
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมจัดอบรมครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง เด็ก และผู้ประกอบอาหารกลางวัน เพื่อให้มี ความรู้ในเรื่องส่งเสริมโภชนาการในเด็กเล็ก สำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลปูยุด
๑. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังการและติดตามการเกิดภาวะโภชนาการ การขาดสารอาหารในเด็ก
๒. อบรมให้ความรู้เรื่องการประกอบอาหารโดยใช้เกลือไอโอดีน และประโยชน์ของสารไอ่โอดี
๓. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการสังเกตและติดตามพัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กให้เหมะสมตามวัย
๔. อบรมการใช้สื่อ การผลิตสื่อเสริมพัฒนาการเด็ก
๕. ตรวจประเมินพัฒนาการของเด็กเดือนละครั้งละ
รายละเอียดการใช้จ่ายมีดังนี้
-ค่าสมนาคุณวิทยากร ๓๐๐ บาท x ๑ คนจำนวน ๔ ชั่วโมง เป็นเงิน ๑,๒๐๐.-บาท
-ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๕๖ คนๆละ ๗๐ บาท เป็นเงิน ๓,๙๒๐ บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๕๖ คนจำนวน ๒ มื้อๆละ ๓๐ บาท เป็นเงิน ๓,๓๖๐ บาท
-ค่าจัดทำป้ายไวนิล ขนาด ๑x๓ เมตรเป็นเงิน ๙๐๐.-บาท
-ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกอบรม ๕,๓๒๐ บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 3 กันยายน 256614700.00 บาท
