โครงการคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีงบประมาณ 2566
-
นางโสภานภานิวัติกุล
-
นางอารีรัตน์ รักษ์พันธ์
-
นางสาวจันทรา ขุนรอง
-
นางสาวสุพัตรา หนูฤทธิ์
-
นางสายฝน รุ่นหมาด
ปัจจุบันมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคอันเกิดจากพฤติกรรมซึ่งเกิดจากปัญหาหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพเช่น ด้านเศรษฐกิจสังคม ค่านิยมและการขาดความรู้ปัญหาเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ประชาชนมองข้ามในเรื่องสุขภาพและโรคที่ตามมาเนื่องจากการดำเนินชีวิตในแต่ละวันล้วนมีการแข่งขันมากขึ้นทำให้เกิดช่องว่างในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเรื่องสุขภาพและโรคต่างๆที่สามารถป้องกันได้
สำหรับจังหวัดพัทลุง สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูงจากข้อมูล HDC มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุกปี โดย ในปีงบประมาณ 2561 - 2565 จังหวัดพัทลุง มีอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง 853.18 , 1,136.36, 712.50 782.08 และ 346.19 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ และจากสถิติการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ของประชากรกลุ่มอายุ 3๕ ปีขึ้นไปในเขตรับผิดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลามีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่อยู่ในเขตรับผิดชอบ ในปี 2561 -2565ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 119 คน , 103 คน ,132 คน ,174 คน และ 108 คน ในปี 2565 โดยในปีงบประมาณ 2565ที่ผ่านมาได้ทำการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 3๕ ปีขึ้นไปพบอัตรากลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบ จำนวน 108 คน ได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้านจำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ85.18จำนวนที่ถูกวินิจฉัยเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน14 คน คิดเป็นร้อยละ 13.46 จากสถิติการเกิดโรคดังกล่าว การแก้ไขปัญหาของโรคความดันโลหิตสูงต้องมีการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้ประชาชนสุขภาพชีวิตที่ดีและไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วย แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเมื่อเกิดเป็นโรคแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดี การป้องกันและควบคุมโรคซึ่งสามารถกระทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลครอบครัวและชุมชน
จังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 0.12 ต่อแสนประชาการอำเภอควนขนุนมีอัตราตาย
ร้อยละ 0.14 ต่อแสนประชากร ตำบลมะกอกเหนือมีอัตราตาย 0.22 ต่อแสนประชากร (ระบบคลังข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2552 – 2565 ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 5.483, 5.481 , 5.492,5.216 ต่อแสนประชากร ตามลำดับจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานของประชากรกลุ่มอายุ 3๕ ปีขึ้นไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา จังหวัดพัทลุงปี ๒๕65คัดกรองโรคเบาหวานกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปดำเนินการคัดกรอง จำนวน 1,125 คนคิดเป็นร้อยละ 96.80 พบ ปกติ จำนวน872 คน คิดเป็นร้อยละ 80.00 พบว่า กลุ่มแฝง/เสี่ยง จำนวน 206 คน คิดเป็นร้อยละ 18.90 และกลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 1.01 และพบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในปี 2562 - 2565 จำนวน674.72 , 427.50 , 148.51,544.55 ตามลำดับ อัตราต่อแสนประชากร (ข้อมูล HDC สสจ.พัทลุง) การที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนไม่เป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพชีวิตที่ดีและไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วย แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเมื่อเกิดเป็นโรคแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดี การป้องกันและควบคุมโรคซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคลครอบครัวและชุมชน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงหาแนวทางปรับความคิด แนวปฏิบัติให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เกิดความตระหนัก ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อความยั่งยืนต่อไปในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใน กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และมีความตระหนัก ต่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เฝ้าระวังไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเกิดโรคดังกล่าวและโรคแทรกซ้อนที่ตามมา
-
เพื่อค้นหาและคัดกรองผู้ป่วย0.00
คัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ประมวลผลจากฐานข้อมูล HDC On Cloud สสจ.พัทลุง
-
เพื่อติดตามวัดความดันในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเสี่ยงสูงและให้ความรู้0.00
ติดตามวัดความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเสี่ยงสูงและให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตาม (ประมวลผลจากฐานข้อมูลHDC On Cloudสสจ.พัทลุง)
-
เพื่อติดตามการการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและตรวจสุขภาพ0.00
ติดตามการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและตรวจสุขภาพร้อยละ 100 ของผู้ป่วยได้รับการติดตามและตรวจสุขภาพ (ประเมินผลจากการรับยาและพบแพทย์ตามนัด)
-
เพื่อค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน0.00
ประชาชนได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน
-
เพื่อติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามผล FPG ลดลง0.00
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานมารับการเจาะ FBSหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม FBG ลดลงประมวลผลจากฐานข้อมูลHDC On Cloudสสจ.พัทลุง
-
เพื่อติดตามการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องร้อยละ 100 ของผู้ป่วยได้รับการติดตาม0.00
ผู้ป่วยได้รับยาและกินยาอย่างต่อเนื่องทุกรายไม่เกิดโรคแทรกซ้อนรายใหม่ ประมวลผลจากฐานข้อมูลHDC On Cloudสสจ.พัทลุง
-
เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานโดยการตรวจตาไตเท้า0.00
ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจตา ไต เท้า ประมวลผลจากฐานข้อมูล HDC On Cloud สสจ.พัทลุง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1098
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รายละเอียดกิจกรรมการคัดกรองโรคเรื้อรังแบบเชิงรุกในชุมชนหรือส่งเสริมการมารับบริการคัดกรองของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือดพร้อมเข็มเจาะ จำนวน 11 กล่อง (100 ชิ้น) กล่อง ละ 1,000 บาท) เป็นเงิน 11,000บาท รวมเป็นเงิน11,000 บาท(หนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) - ค่าเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว (DTX) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 2,800 บาท เป็นเงิน 11,200 บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน) - สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์ (แอลกอฮอล์บอล) 15 กล่อง ๆ ละ 450 บาท เป็นเงิน 6,750 บาท (หกพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) -สำลีแห้งฆ่าเชื้อ 250 ห่อ ๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท(หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน) - ค่าถ่ายเอกสารแบบบันทึกการตรวจ แบบสรุปผลการคัดกรอง จำนวน 1,098 ชุด ชุดละ 1 บาท เป็นเงิน 1,098 บาท (หนึ่งพันเก้าสิบแปดบาทถ้วน)
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผลผลิต : ประชาชนได้รับการคัดกรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ : กลุ่มเป้าหมายรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองและสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้อง31298.00 บาท -
รายละเอียดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และติดตามพฤติกรรมสุขภาพ ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
ค่าเอกสารความรู้ในโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 3อ.2ส.จำนวน 1,000 แผ่น
(หน้า -หลัง) แผ่นละ 1 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท(หนึ่งพันบาทถ้วน)1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
1000.00 บาท -
รายละเอียดกิจกรรมติดตามวัดความดันที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วย/ส่งต่อเพื่อการวินิจฉัย
- ค่าถ่ายเอกสารแบบฟอร์มวัดความดันที่บ้าน จำนวน 110 แผ่น (หน้า-หลัง) แผ่น ละ 1 บาท เป็นเงิน 110 บาท
- ระยะเวลาดำเนินการ 1 เมษายน 2566 – 31 สิงหาคม 2566
- ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยรายใหม่ตาม CPG จากการติดตามวัดความดันที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วย
1 เมษายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ร้อยละ 60 ของกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน
ติดตามวัดความดันที่บ้านในกลุ่มสงสัยป่วย/ส่งต่อเพื่อการวินิจฉัย
110.00 บาท - ค่าถ่ายเอกสารแบบฟอร์มวัดความดันที่บ้าน จำนวน 110 แผ่น (หน้า-หลัง) แผ่น ละ 1 บาท เป็นเงิน 110 บาท
-
รายละเอียดกิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง
1 เมษายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566-ผลผลิต กลุ่มเสี่ยงร้อยละ 40 ได้รับการติดตาม
-ผลลัพธ์ ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
0.00 บาท -
รายละเอียดกิจกรรมติดตามการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
ติดตามการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
1 เมษายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566ผลผลิต ร้อยละ 100 ของผู้ป่วยได้รับการติดตาม
ผลลัพธ์ 1.ผู้ป่วยได้รับยาและกินยาอย่างต่อเนื่องทุกราย 2.ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนรายใหม่
0.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ 2.ลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 3.ลดอัตราการตายด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
