โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ปี 2566
โรคเรื้อรังเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานทั้งสิ้น 345 ล้านคนและคาดว่าในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 542 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่เสียชีวิตจากภาวะโรค แทรกซ้อนซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นน้อยลงเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะลุกลามไปถึงเด็กในอนาคตอันใกล้ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหาร
โรคเรื้อรังนอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดสำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานคือ “ กรรมพันธุ์” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้นขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานได้
การรักษาเบาหวานโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์จึงไม่เพียงพอเพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วย และผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือประชาชนทั่วไปต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวานหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นคนปกติโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน
ซึ่งทางทีมผู้ดูแลเกี่ยวกับโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด จึงได้ออกรณรงค์คัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป เขตรับผิดชอบจำนวน 2,684 คน พบผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้นจำนวน 257 คน พบผู้ที่เป็นโรคทั้งสิ้น จำนวน 426 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ปี 2566 โดยเน้นกิจกรรมที่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง และผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ยังเป็นแกนนำในการรณรงค์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงต่อไปในอนาคต
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ0.00
-
เพื่อลดอัตราป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่0.00
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง0.00
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยง จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 วัน
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 45 คน x 75 บาท x 2 รุ่น เป็นเงิน 6,750 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 45 คนx 35 บาท x 2 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 6,300 บาท
ค่าวิทยากรให้ความรู้ 500 บาทx 5 ชม. x 1 วัน x 2 รุ่น เป็นเงิน 5,000 บาท
ถึง18050.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มป่วย จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 1 วัน
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 75 บาท x2 รุ่น เป็นเงิน 4,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 35 บาท x2 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าวิทยากรให้ความรู้ 500 บาทx 5 ชม. x 1 วัน x2 รุ่น เป็นเงิน 5,000 บาท
ถึง13700.00 บาท
1.ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2.ส่งเสริมการบรรลุตามมาตรฐานงานโรคเรื้อรัง ของการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 3.กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามประเมินผลเป็นระยะตามที่กำหนดไว้
