โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมรพ.สต.นาหม่อม ปี2566
-
นายวิทูรชิตมณี
-
นางสาวกวิสราสนูวงศ์
ในปัจจุบันโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศไทย ซึ่งทำให้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เพราะทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรบุคคลและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมดำเนินการได้โดยการค้นหาและเฝ้าระวังด้วยวิธีตรวจหาเซลล์มะเร็งให้พบตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรกและในระยะก่อนเป็นมะเร็งซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม และจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการทำ HPV DNA Test และการคลำหาก้อนเนื้อผิดปกติบริเวณเต้านมอย่างถูกวิธี ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30- 60ปีทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญของปัญหาจึงให้การสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแก่กระทรวงสาธารณสุข โดยมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ดำเนินโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีHPV DNA Testและการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการคลำหาก้อนเนื้อผิดกปติบริเวณเต้านมอย่างถูกวิธี ในสตรีไทยกลุ่มอายุ30-70ปี ให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัดผลงานไว้ที่ระดับร้อยละ80 ของกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับตำบลนาหม่อม มีจำนวนสตรีกลุ่มอายุ 30-60 ปีทั้งหมดจำนวน 2,063 ราย มีผลงานสะสมของการได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม คิดเป็นร้อยละ 77.18ซึ่งต้องเร่งรัดการจัดบริการให้มีความครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตามเกณฑ์ชี้วัด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหม่อมจึงจัดทำโครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ปี 2566 ขึ้น เพื่อเร่งรัดการจัดบริการให้มีครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ดังกล่าว
-
1.เพื่อให้สตรีอายุ 30 – 60ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม0.00140.00
1.สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จำนวน 140 คน 2.สตรีอายุ 30 – 70ปีมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้ จำนวน 140 คน
-
2.เพื่อให้สตรีอายุ 30 – 70 ปีมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้0.00140.00
1.สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จำนวน 140 คน 2.สตรีอายุ 30 – 70ปีมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้ จำนวน 140 คน
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง140
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่เรื่องมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
-ค่าไวนิล Roll Up ประชาสัมพันธ์ ขนาด 0.8 x 2 เมตรจำนวน 2 ชุด X 2,200 บาทเป็นเงิน 4,400บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผลผลิตเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดบริการสุขภาพประชาชนในพื้นที่
ผลลัพธ์ 1.สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จำนวน 140 คน
2.สตรีอายุ 30 – 70ปีมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้ จำนวน 140 คน
4400.00 บาท -
กิจกรรมที่ 1. จัดอบรมสตรีกลุ่มอายุ 30-70 ปีให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เข้าใจเรื่องมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ X 35 บาท X140 คน เป็นเงิน= 4,900 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร 1 ท่าน จำนวน 1 ครั้ง 3 ชั่วโมง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน=1,800บาท
-ค่าถ่ายเอกสารให้ความรู้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง จำนวน 140 ชุดๆละ 4 บาทเป็นเงิน560 บาท1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผลผลิต ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในกลุ่มสตรีอายุ 30-70 ปี ผลลัพธ์ 1.สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จำนวน 140 คน 2.สตรีอายุ 30 – 70ปีมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้ จำนวน 140 คน
7260.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2. ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
-ค่าผ้าถุงที่ใช้ในการตรวจPAP จำนวน 140 ผืนX100 บาทเป็นเงิน= 14,000 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผลผลิต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในกลุ่มสตรีอายุ 30-70 ปี ผลลัพธ์สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม จำนวน 140 คน
14000.00 บาท
1.ประชาชนมีความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม และสามารถเข้าถึงการรับบริการได้อย่างครอบคลุม
2.กลุ่มสตรี อายุ 30 - 60 ปีได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกจำนวน 140 คน
3.กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อและรักษาร้อยละ 100
4.ลดอัตราการตายโดยสาเหตุจากโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
