โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านนาท่อม ประจำปี 2566
-
นายศักดิ์ชาย โรจชะยะ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน20.47
เป้าหมายประชากร 35 ปีขึ้นไป คัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 2,101 คน ได้รับการคัดกรองทั้งหมด 1,866 คน พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน 382 คน
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง21.03
เป้าหมายประชากรคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,681 คน ได้รับการคัดกรองทั้งหมด 1,436 คน พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 302 คน
กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อลดจำนวนกลุ่มเสี่ยงไม่ให้กลายเป็นกลุ่มป่วย และไม่เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงที่เกิดจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิต หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงจะกลายเป็นกลุ่มป่วย จากฐานข้อมูลสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในปี 2566 จำนวน 6.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 2 แสนคน และผู้ป่วยโรคเบาหวานในปี 2565 จำนวน 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 1.5 แสนคน ในส่วนของการคัดกรองผู้ป่วยรายใหม่ ในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาท่อม จากการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2566 เป้าหมายประชากร 35 ปีขึ้นไป คัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 2,101 คน ได้รับการคัดกรองทั้งหมด 1,866 คน พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน 382 คน คิดเป็นร้อยละ 20.47 และเป้าหมายประชากรคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,681 คน ได้รับการคัดกรองทั้งหมด 1,436 คน พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 302 คน คิดเป็นร้อยละ 21.03 ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาท่อม มุ่งหวังเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน จึงต้องมีความร่วมมือกันจากทุกเครือข่ายในการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการดำเนินงาน จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดอัตราการป่วย อัตราตายและภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน20.4720.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง21.0320.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
อบรมให้ความรู้ เรื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- กลุ่มเสี่ยงรับรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมได้รับรู้สถานะสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว ค่าระดับความดันโลหิต
- ให้กลุ่มเสี่ยงทำแบบสอบถามจำนวน 2 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตาม 3อ 2ส
- การให้ความรู้เรื่องการเจาะเลือดปลายนิ้ว การวัดความดันโลหิต การอ่านค่าและแปรผล
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
1.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท (ช่วงเช้าวิทยากรจากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านนาท่อม (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ช่วงบ่ายวิทยากรโดยพยาบาลวิชาชีพจาก รพ.สต.บ้านควนถบ)
2.ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 450 บาท
3.ค่าถ่ายเอกสารแบบสอบถาม จำนวน 120 ชุดๆละ 8 บาท เป็นเงิน 960 บาท
4.ค่าโฟมบอร์ดประกอบสื่อความรู้ ขนาด 100x100 เซนติเมตร จำนวน 4 แผ่นๆละ 500 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 76 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,520 บาท (เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และวิทยากร จำนวน 16 คน)
6.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 76 คน ๆละ 50 บาท เป็นเงิน 3,800 บาท (เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และวิทยากร จำนวน 16 คน)9 สิงหาคม 2566 ถึง 9 สิงหาคม 25661.กลุ่มเป้าหมายให้ความร่ับรู้และให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการ
2.กติการ่วมกันการทำตามกติกา (ส่งเสริมการออกกำลังกาย ,ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดหวานมันเค็ม ,ส่งเสริมการกินผักเพิ่มขึ้น)
3.มีความรู้ในการใช้เครื่องมือและสามารถรายงานผลได้
4.มีแผนการติดตามพฤติกรรมสุขภาพ
5.มีช่องทางการรายงานผลผ่านกลุ่ม Line9930.00 บาท -
ประชุมเพื่อติดตามการปฏิบัติตามแผน ครั้งที่ 1 ผ่านกลุ่ม Line
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว ค่าระดับความดันโลหิต ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และวิธีการออกกำลังกาย โดยจะให้บันทึกเป็นรายสัปดาห์ โดยจะติดตามสัปดาห์ที่ 3
ผ่านกลุ่ม Line ไม่มีรายละเอียดการใช้งบ
23 สิงหาคม 2566 ถึง 23 สิงหาคม 2566- ได้ติดตามพฤติกรรมสุขภาพ
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่ผลลัพธ์
0.00 บาท - แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว ค่าระดับความดันโลหิต ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และวิธีการออกกำลังกาย โดยจะให้บันทึกเป็นรายสัปดาห์ โดยจะติดตามสัปดาห์ที่ 3
-
ประชุมเพื่อติดตามการปฏิบัติตามแผน ครั้งที่ 2 ผ่านกลุ่ม Line
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว ค่าระดับความดันโลหิต ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และวิธีการออกกำลังกาย โดยจะให้บันทึกเป็นรายสัปดาห์ จะติดตามสัปดาห์ที่ 5
ผ่านกลุ่ม Line ไม่มีรายละเอียดการใช้งบ
5 กันยายน 2566 ถึง 5 กันยายน 2566- ได้ติดตามพฤติกรรมสุขภาพ
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่ผลลัพธ์
0.00 บาท - แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว ค่าระดับความดันโลหิต ค่าระดับน้ำตาลในเลือด และวิธีการออกกำลังกาย โดยจะให้บันทึกเป็นรายสัปดาห์ จะติดตามสัปดาห์ที่ 5
-
ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- วัดค่าระดับความดันโลหิตและตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการบันทึกสมุดบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ เรื่อง การปฏิบัติการออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการลดหวานมันเค็ม
- กลุ่มเสี่ยงทำแบบสอบถาม จำนวน 2 ชุด ได้แก่ แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ
- สรุปผลและคืนข้อมูลให้กับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
รายละเอียดการใช้งบประมาณ ดังนี้
1 ค่าตอบแทนวิทยากรกระบวนการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียน จำนวน 2 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 76 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,520 บาท (เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และวิทยากร จำนวน 16 คน)
12 กันยายน 2566 ถึง 12 กันยายน 2566- ได้รับรู้ถึงภาวะสุขภาพ หลังเข้าร่วมโครงการ
- ได้บุคคลต้นแบบในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 12 คน
- ค่าระดับน้ำตาลในเลือดและค่าระดับความดันโลหิตลดลง
- กลุ่มเสี่ยงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง
2720.00 บาท - วัดค่าระดับความดันโลหิตและตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
-
ประชุมสรุปประเมินผล
ประชุมบุคคลต้นแบบ 12 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 8 คน รวมเป็น 20 คน ร่วมประชุมเพื่อติดตามประเมินผลผลิต ผลลัพธ์พร้อมความสำเร็จจากบุคคลต้นแบบ
รายละเอียดการใช้งบประมาณ ดังนี้
1 ค่าอาหารว่างจำนวน 20 ชุดๆละ 20 บาท เป็นเงิน 400 บาท15 กันยายน 2566 ถึง 15 กันยายน 25661.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ลดลงร้อยละ 20
2.บุคคลต้นแบบ (คืนข้อมูลบุคคลต้นแบบแก่ชุมชน)
3.ปัจจัยแห่งความสำเร็จ400.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 2.กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยตนเอง มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น 3.กลุ่มเสี่ยงมีผลการตรวจระดับน้ำตาลและค่าความดันโลหิตลดลง
