โครงการสร้างสุขภาพด้วยการออกกำลังกายบ้านแขม หมู่ 5 ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
-
นางชนัญธรสุขรักษ์
-
นางพิสมัยศรไชย
-
นางรำไพ การินทร์
-
นางมณีขันชะลี
-
นางดวงสุดา พันธ์โสรี
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)82.61
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)80.42
กิจกรรมที่ใช้พลังงานต่ำ ที่เรียกว่า “พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behaviour)” เช่น การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การใช้คอมพิวเตอร์ การนั่งคุยกับเพื่อน การนั่ง หรือนอนดูโทรทัศน์ ที่ไม่รวมการนอนหลับ ซึ่งประชาชนมีแนวโน้มที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น โดยควร ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ด้วยการลุกขึ้นเดินไปมาหรือยืดเหยียดร่างกาย ทุก 1 ชั่วโมง และในเด็กปฐมวัย วัยเด็ก และวัยรุ่น ควรจำกัดการใช้คอมพิวเตอร์ นั่งดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์มือถือ ในแต่ละวัน ประชาชนแต่ละวัย มีข้อแนะนำการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ที่แตกต่างกัน ได้แก่ เด็กปฐมวัย (0 - 5 ปี) ควรมีกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย อย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน เด็กและวัยรุ่น (6 - 17 ปี) ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนัก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ผู้ใหญ่ (18 - 59 ปี) ควรมีกิจกรรม ทางกายระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมทางกายระดับหนัก อย่างน้อย 75 นาที ต่อสัปดาห์และกิจกรรมพัฒนาความแข็งแรงและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้สูงวัย (60 ปีขึ้นไป) ควรมีกิจกรรมทางกายเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ แต่เพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมดุลร่างกาย และป้องกันการหกล้ม อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุส าคัญของการเสียชีวิต จากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ได้แก่ เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด และกลุ่มโรคมะเร็ง โดยพบว่าการขาดกิจกรรมทางกายส่งผลให้เกิดการเสียชีวิต 3.2 ล้านคนต่อปี ของทั้งโลก โดยคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ถึงร้อยละ 71 ของการเสียชีวิตทั้งหมด โดยการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 11,129 ราย และก่อภาระค่าใช้จ่าย ทางสุขภาพ การมีกิจกรรมทางกาย ยังส่งผลดีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กวัยเรียน วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ตอนต้น โดยส่งผลต่อการเรียนรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม การเรียนรู้ในคาบเรียน ในด้านสมาธิ ความสนใจ การทำงานที่ได้รับมอบหมาย ผลการสอบมาตรฐาน และคะแนนเฉลี่ยสะสม ในด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริม กิจกรรมทางกายในรูปแบบการท่องเที่ยวหรือการออกกำลังกาย ส่งผลดีในการกระตุ้นการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการกีฬา ด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมวิธีการเดินทางที่ต้องออกแรง ได้แก่ การเดิน การปั่น จักรยาน การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล การสร้างพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ สีเขียว เป็นการลดมลพิษทางอากาศ ประหยัดพลังงาน ลดเวลาการเดินทาง สร้างความเท่าเทียมด้านขนส่ง มวลชน และพัฒนาความเป็นอยู่และจิตใจของประชาชน ด้านสังคม กิจกรรมทางกายนำไปสู่การสร้างสังคมที่ดี ผ่านการเชื่อมร้อยบุคคล ในสังคม ให้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่าเสมอและยั่งยืน
บ้านแขม หมู่ 5 ตำบลหัวดอน มีผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์) ร้อยละ 82.61 ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังมีกิจกรรมทางกายยังไม่เพียงพอ อีกร้อยละ 17.39 และเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้มีแนวทางและการรวมกลุ่มที่สนับสนุนให้มีการส่งเสริมการออกกำลังกาย เกิดแกนนนำการออกกำลังกาย อันจะทำให้มีกิจกรรมทางกายที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการป้องกันโรคในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่82.6190.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ80.4290.00
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อให้ อสม. ผู้นำชุมชน และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการออกกำลังกาย0.00
มีแกนนำออกกำลังกายในหมู่บ้าน สามารถนำการออกกำลังกายได้
-
เพื่อให้เกิดกลุ่มออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ ในชุมชน ที่มีการดำเนินกิจกรรมออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง0.00
มีกลุ่มออกกำลังกายในหมู่บ้าน ที่มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มผู้สูงอายุ20
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง10
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการประชุมคณะกรรมการเตรียมการดำเนินงาน
- แต่งตั้งคณะกรรมการทำงาน
- คัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมแกนนำออกำลังกาย
6 มีนาคม 2566 ถึง 10 มีนาคม 2566-ได้คณะกรรมการดำเนินงาน และมีผู้ประสานงาน
0.00 บาท -
จัดอบรมแกนนำออกกำลังกาย
- คัดเลือกแกนนำเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาเป็นแกนนำออกำลังกาย จำนวน 60 คน
ค่าอาหาร และอาหารว่าง คนละ 100 บาท จำนวน 60 คนรวม 6,000 บาท - เตรียมอุปกรณ์เครื่องเสียง
24 เมษายน 2566 ถึง 27 เมษายน 2566- ได้กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ารับการอบรมแกนนำออกกำลังกาย และอุปกรณ์เครื่องเสียง
6000.00 บาท - คัดเลือกแกนนำเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาเป็นแกนนำออกำลังกาย จำนวน 60 คน
-
กลุ่มออกกำลังกายรวมกลุ่มออกกำลังกายในชุมชนในทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์
รวมกลุ่มออกำลังกายที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านในทุกเย็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ในกลุ่มที่สามารถรวมกลุ่มออกกำลังกายได้ ในกลุ่มที่ไม่สามารถมาร่วมออกกำลังกายกับกลุ่มได้แกนนนำออกกำลังกายออกติดตามชักชวนให้คนในชุมชนครัวเรือนรับผิดชอบได้มีการออกกำลังกาย
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566- กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 60 คน มีสุขภาพดี ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน
0.00 บาท -
ติดตามประเมินผล
1) จัดกิจกรรมติดตามผลการตรวจสุขภาพ ค่าดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต ค่าน้ำตาลในเลือด
2) สำรวจพฤติกรรมการมีกิจกรรมทางกาย 3) สรุปประเมินผลพฤิตกรรมออกกำลังกาย และสถานะสุขภาพ
4) จัดเวทีคืนข้อมูลในการประชุมประจำเดือนหมู่บ้าน1 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 25661) เกิดแกนนำออกกำลังกายในชุมชน
2) เกิดกลุ่มออกกำลังกายในชุมชน ที่มีการออกกำลังกายต่อเนื่อง
3) ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์) มากกว่าร้อยละ 82.61
0.00 บาท
จำนวน 6,000 บาท
- ประชาชนมีกิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยรายใหม่ด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วนลงพุง จำนวนลดลง
- ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในระดับปกติ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
