โครงการประชาชนปลอยภัย ลดใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ปี 2566
-
นายธีรพจน์ พงศ์ดารา
-
นางฐิติยา รักษาแก้ว
-
นางสุพัตรา คะโมระวงค์
-
นางนันธิญา เดชอรัญ
-
นางสาวอนงค์ ยาชะรัด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกิบด้วยที่ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้และสวนยางพารา ผลกระทบจาการใช่สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่และจากการตรวจเลือดเกษตรกรปี 2565 มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจจำนวน 50 คน พบว่ามีผลตรวจครั้งที่ 1 ไม่ปลอดภัย จำนวน 6 คน มีความเสี่ยง จำนวน 6 คน ปลอดภัย จำนวน 32 คน และปกติ จำนวน 6 คน ผลตรวจครั้งที่ 2 ไม่ปลอดภัย จำนวน 0 คน มีความเสี่ยง จำนวน 10 คนปลอดภัย จำนวน 2 คน และปกติจำนวน 0 คน จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศํตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช่อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและการบริโภคสารเคมีจากพืช ผัก ผลไม้ ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
1.เพื่ให้กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจักศัตรูพืช80.0083.00
กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร้อยละ80
-
2.เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช90.0092.00
เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด ร้อยละ100
-
3.เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและดีขึ้น80.0082.00
เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและดีขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.สำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและร้านค้าในชุมชนที่รับผลผลิตไปจำหน่าย
-
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
2.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ
-
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
3.ประสานกลุ่มเป้าหมายการเข้าร่วมโครงการ
-
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
4.แจ้งประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม
-
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
5.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 1
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 1 ค่าอาหารกลางวัน 30 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท ค่าอาหารว่าง 60 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าชุดทดสอบโคลีเอสเตอเรส จำนวนว 1 ชุด (ได้รับสนับสนุนจาก สสอ.กงหรา) และค่าวิทยากร 1 คน 2 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
7200.00 บาท -
6.แจ้งผลการตรวจเป็นรายบุคคลแยกประเภทกลุ่ม และจัดทำทะเบียนตามผลการตรวจ
-
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
7.นำกลุ่มเสี่ยง เข้าร่วมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
-
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
8.ตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 2
ตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ครั้งที่ 2 มีค่าอาหารว่าง 60 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท และค่าชุดทดสอบโคลีเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุด (ได้รับสนับสนุนจาก สสอ.กงหรา)
1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
1500.00 บาท -
9.แจ้งผลการตรวจเป็นรายบุคคล1 สิงหาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566
กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท -
10.สรุปและประเมินผลโครงการ1 สิงหาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566
กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
0.00 บาท
กลุ่มเกษตรกรและผู้จำหน่าย ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง
