โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง รพ.สต.บ้านทรายแก้ว
ในสถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว มีพฤติกรรมการทำงาน และการออกกำลังกายที่เปลี่ยนไป มีการใช้เครื่องจักรมาทดแทนการใช้แรงกายทุกภาคส่วนการทำงาน จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในปีงบประมาณ 2566 กลุ่มเป้าหมายประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป (สำหรับการคัดกรองโรคเบาหวาน) จำนวน 1,426 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,397 คน คิดเป็นร้อยละ 97.97 พบกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 518 คน คิดเป็นร้อยละ 37.08 และกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคฯ จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 0.21 กลุ่มเป้าหมายประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป (สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง) จำนวน 1,222 คน คัดกรองได้ 1,175 คน คิดเป็นร้อยละ 96.15 พบกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 70 คน คิดเป็นร้อยละ 5.96 และกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคฯ จำนวน 6 คน คิดเป็น ร้อยละ 0.51 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายแก้ว เล็งเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป (ที่ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพในปีที่ผ่านมา) จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับความรู้ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และลดจำนวนผู้ป่วยจากกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับจากการตรวจคัดกรอง
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ตระหนักถึงการป้องกันตนเองจากโรคเรื้อรัง0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เข้ารับการอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
-
เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส.0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ เรื่อง 3อ. 2ส.สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 80
-
เพื่อลดอัตราป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง (รายใหม่จากกลุ่มสี่ยง)0.00
อัตราป่วยโรคความดันโลหิตสูง (รายใหม่) ไม่เกินร้อยละ 2.5
อัตราป่วยโรคเบาหวาน (รายใหม่) ไม่เกินร้อยละ 1.3
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตัว
-อบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
-อบรมให้ความรู้เรื่อง 3อ. 2ส. พร้อมสาธิตวิธีการออกกำลังกาย และฝึกการออกกำลังกาย กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน x 1 มื้อๆละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน x 2 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คน x 5 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
4.ค่าจ้างทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 2.5 x 2.5 เมตร จำนวน 1 ผืน x 1,000 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
5.ค่าจัดซื้อวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ ในการอบรม
-ปากกา จำนวน 50 ด้าม x 10 บาท เป็นเงิน 500 บาท
-สมุด จำนวน 50 เล่ม x 20 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
-กระเป๋าใส่เอกสาร (ไม่สกรีน) จำนวน 50 ใบ x 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
6.ค่าเอกสารประกอบการอบรม จำนวน 20 บ. x 50 คน เป็นเงิน 1,000 บาท
7.ค่าจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการฝึกออกกำลังกาย
-ฮูล่าฮูป ขนาดกลาง 90 เซนติเมตร จำนวน 300 บาท x 5 อัน เป็นเงิน 1,500 บาท
-เชือกกระโดด จำนวน 200 บาท x 5 อัน เป็นเงิน 1,000 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค
14000.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการดูแลสุขาพ การปรับเปลี่ยนพฤตกรรมสุภาพและการออกกำลังกาย สามารถนำความรู้จากการอบรม ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสามารถลดความสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้
