To be number one ดาริงใต้ ปี 66
-
นายมะซันโซดิน แวดอเลาะ (หัวหน้ากลุ่ม)
-
นายอาแซ มามะ
-
นายไซดี สุหลง
-
นายอัมดี เปาะเตะ
-
นายสะอาดี หะยีตาเยะ (093 6707661)
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด130.00
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน432.00
สภาเยาวชน บ้านดาริงใต้ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ที่มีความใกล้ชิดกับวัยรุ่นในพื้นที่ ได้มีกิจกรรมหลายๆกิจกรรมปฏิสัมพันธ์กับวัยรุ่น มาหลายปี เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ เป็นต้น จากการสังเกตและรวบรวมข้อมูลของสภาฯ พบว่าเยาวชนในพื้นที่มีความเสี่ยงกับการติดหรือเสพยาเสพติดสูง เนื่องจากชุมชนเป็นชุมชนแออัด ประชากรหนาแน่น และเป็นชุมชนเปิดที่มีถนนสายหลักผ่าน หมู่บ้านหลายเส้นทางเยาวชนที่เป็นผู้ชายไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือ ชอบนั่งร้านน้ำชา มีพฤติกรรมที่สูบบุหรี่ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 13
ทางสภาฯมองเห็นว่าการปลูกจิตสำนึกด้านจิตสาธารณะ คือการปลูกฝังจิตใจให้แก่บุคคลมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เป็นการสร้างคุณธรรม จริยธรรมภายในให้บุคคลรู้จักการเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์สุขของคนในสังคม ในสิทธิหน้าที่และการบำรุงรักษาร่วมกัน เกื้อกูลช่วยเหลือทุกข์ยากหรือผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือโดยไม่ขัดต่อกฎหมายหรือกฎระเบียบสังคม
ลักษณะประการหนึ่งของกิจกรรมสาธารณะก็คือเป็นกิจกรรรมตามความสมัครใจ เยาวชนต้องลงมือทำด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยคำนึงถึงผู้ที่จะได้รับจากการกระทำนั้นจึงทำให้เยาวชนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมสามารถที่จะพัฒนาคุณลักษณะพึงประสงค์โดยมุ่งเน้นปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตสาธารณะที่พร้อมจะช่วยเหลือสังคม จะต้องเริ่มให้เยาวชนเริ่มมีจิตสำนึกอาสาเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำสังคมอย่างมีจิตสำนึกต่อไปและที่สำคัญต้องมีกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเยาวชนได้มีการรวมตัวกัน มีความเข้าใจในรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เหมือนกันก่อให้เกิดความสามัคคีกัน ภัยคุกคามต่างๆจากภายนอก ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ เพราะเยาวชนคือกำลัง พลัง อนาคตของชุมชน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ได้มีจิตอาสา มีจิตสำนึกที่ดีและกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนในพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมที่สำคัญที่ทิ้งไม่ได้เพื่อเป็นการขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของเยาวชนในพื้นที่อีกเรื่องหนึ่งคือการส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนขยับทางกาย จึงได้จัดทำโครงการ To be number one ดาริงใต้ ปี 66 ขึ้น เพื่อการดำเนินงานตามกิจกรรมที่ได้มติจากการประชุมของสมาชิกสภาฯ จึงจัดทำโครงการขอรับการพิจารณาจากการคณะกรรมการกองทุนฯ
-
เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้มีการออกกำลังกายใช้เวลาว่างให้เป็นประโยช์ไม่มั่วสุมกับยาเสพติด120.0096.00
ร้อยละ 80 ของเยาวชนในพื้นที่ได้มีการออกกำลังกาย การขยับกายย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งๆ ละไม่น้อยกว่า 30 นาที
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพของสภาเยาวชน ในพื้นที่ในการเฝ้าระวังการระบาดของยาเสพติดและกิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อชุมชน120.00108.00
ร้อยละ 90 ของเยาวชนในพื้นที่ได้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่เป็น การเฝ้าระวังการระบาดของยาเสพติดและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน120
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
พัฒนาศักยภาพองค์ความรู้ของสมาชิกสภาฯ
พัฒนาศักยภาพองค์ความรู้ของสมาชิกสภาฯ
- ประชุมเครือข่ายสร้างสุขภาพ กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนโครงการ การดำเนินงาน ในกิจกรรมต่างๆ
งบประมาณ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 100 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566มีการจัดประชุมและสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง
สมาชิกสภาฯมีความเข้าใจในการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้
2500.00 บาท -
ส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกาย การขยับกาย
ส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกาย การขยับกาย - กิจกรรมเคลื่อนขยับยามเย็น เช่น การส่งเสริมการเล่นกีฬาทีนิยมต่างๆในพื้นที่ ส่งเสริมเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่างๆ การสอนและฝึกทักษะกีฬาและอื่นๆ งบประมาณ - ค่าวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ในกิจกรรม เช่น ลูกฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ ตาข่าย หรืออื่นๆที่ใช้ในกิจกรรมเป็นเงิน5,000 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566- เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
- เยาวชนมีการพัฒนาด้านทักษะกีฬา และต่อยอดในระดับที่สูงขึ้น
- เยาวชนใช้กีฬาเป็นสื่อความสำเร็จในการต้านยาเสพติด
5000.00 บาท -
ส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสารักสุขภาพ รักตนเอง รักชุมชน
ส่งเสริมจิตอาสารักสุขภาพ
จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บขยะตกค้าง 2 ข้างทางสาธารณะ การปลูกต้นไม้ในบริเวณต่างๆในหมู่บ้าน กิจกรรมพัฒนาพื้นที่สถานที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ กิจกรรมรณรงค์ถังขยะเปียกลดโลกร้อน กิจกรรมการคัดแยกขยะ เป็นต้น
จิตอาสาเพื่อนดูแลเพื่อนหรือตาสัปปะรด ห่างไกลยาเสพติด
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 200 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าวัสดุ อุปกรณ์ เพื่อใช้ในกิจกรรม เช่น วัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตร ถังขยะ ถุงดำ ถุงแดง พันธ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่างๆ หรืออื่นๆที่ใช้ในกิจกรรม เป็นเงิน 3,000 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
เยาวชนมีจิตสำนึกที่ดี และเกิดทัศนคติในการพัฒนา การรวมกลุ่มเพื่อให้ชุมชนปลอดยาเสพติด ที่ดีขึ้น
เกิดแรงจูงใจในการทำความดีเพื่อชุมชนของตนเองอย่างต่อเนื่อง
8000.00 บาท -
ประเมินผลการดำเนินงาน
ประเมินผลการดำเนินงาน
- รวบรวมเอกสารการดำเนินงาน สรุปกิจกรรมที่ทำมา และวิเคราะห์ข้อมูลจากการทำกิจกรรมเพื่อสรุปทำเป็นรูปเล่มส่งคณะกรรมการกองทุนฯ
งบประมาณ
- ไม่ใช้งบประมาณ
15 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566มีรายงานสรุปเป็นรูปเล่มส่งคณะกรรมการกองทุนฯ
มีข้อมูลความเสี่ยงด้านยาเสพติด
0.00 บาท
- จัดทำโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ
- พัฒนาศักยภาพองค์ความรู้ของกลุ่มเป้าหมาย
- ประชุมเครือข่ายสร้างสุขภาพ กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เพื่อชี้แจงโครงการแนวทางกการดำเนินงาน ในกิจกรรมต่างๆ
3. ส่งเสริมกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกาย การขยับกาย อย่างต่อเนื่อง เช่น
- กิจกรรมเคลื่อนขยับยามเย็น เช่น การส่งเสริมการเล่นกีฬาทีนิยมต่างๆในพื้นที่ ส่งเสริมเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่างๆ การสอนและฝึกทักษะกีฬาและอื่นๆ
4. ส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาเพื่อพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่
- จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บขยะตกค้าง 2 ข้างทางสาธารณะ การปลูกต้นไม้ในบริเวณต่างๆในหมู่บ้าน กิจกรรมพัฒนาพื้นที่สถานที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ กิจกรรมรณรงค์ถังขยะเปียกลดโลกร้อน กิจกรรมการคัดแยกขยะ เป็นต้น
- จิตอาสาเพื่อนดูแลเพื่อนหรือตาสัปปะรด ห่างไกลยาเสพติด
5. สรุปผลการดำเนินงาน
- เยาวชนได้ตระหนักให้ความสำคัญต่อสุขภาพของตนเอง และคนรอบข้าง
- เยาวชนมีพฤติกรรมไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถปฏิบัติตนในแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ในสถานศึกษา และชุมชุน
- เยาวชนตระหนักในกิจกรรมจิตอาสา
- เยาวชนเป็นกำลังหลักของหมู่บ้านในทุกเรื่อง
- เยาวชนมีความรู้สึกสำคัญมีคุณค่าในตนเอง และชุมชน
