โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆ ของประเทศไทย ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด มีอัตราตาย 85.04, 3.64, 55.25 ต่อแสนประชากรตามลำดับ (ข้อมูล จากสํานักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2550) และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา สูงมาก เฉพาะโรคมะเร็งอย่างเดียวประมาณคนละ 1 ล้านบาท ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือ ขาดการออกกำลังกายมีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอ แม้ประชาชนจะมีความรู้แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง
จากการคัดกรองโรคเมตาบอลิกของประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลศรีบรรพต ในปี 2563 - 2565พบว่า ประชากรที่มีภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยงคิดเป็นร้อยละ 15.19 , 11.31 , 25.83อยู่ในกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 13.58 , 8.01, 22.81 ประชากรที่มีภาวะเบาหวาน อยู่ในกลุ่มแฝง/เสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 33.88 , 32.64 , 33.80อยู่ในกลุ่มกลุ่มสงสัยเป็นโรค คิดเป็นร้อยละ 3.78 , 2.90 , 2.80 อัตราการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 15.41 , 16.00 ,16.26อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 6.10, 6.58 , 6.74 จะเห็นได้ว่าประชาชนในเขตรับผิดชอบของ ศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลศรีบรรพตมีกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วย โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้น
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงร่วมกับ อสม. จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่เหมาะสมกลุ่มป่วยสามารถควบคุมโรคได้ดีลดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในทางที่เหมาะสม0.00
-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีสุขภาพที่ดีขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
-
เพิ่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ ความดันโลหิตสูง0.00
-ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40
-การเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่มากกว่า ร้อยละ 2
-ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่มีความดันโลหิตควบคุมได้ตามเกณฑ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแกนนำเพื่อชี้แจง ติดตามและสรุปผลโครงการ
- ค่าอาหารว่างชี้แจงโครงการ 32 คน* 3 มื้อ*25 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 25662400.00 บาท -
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
-วัสดุอุปกรณ์โครงการ เป็นเงิน 750 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 25666400.00 บาท -
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม วิทยากรและผู้จัด จำนวน 35 คน จำนวน 1 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
-วัสดุอุปกรณ์โครงการ เป็นเงิน 600 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 25666250.00 บาท -
กิจกรรมเยี่ยมบ้านย่องครัว
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 15 คน6 มื้อ25 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
-ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้จัด จำนวน 15 คน จำนวน 3 มื้อ มื้อละ 60 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 25664950.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2.ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน/ ความดันโลหิตสูง
