โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส ตามวิถีชุมชน เทศบาลตำบลบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาสปี 2566
ปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือมะเร็งทุกชนิด ความดันโลหิตสูง/โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดโรคหัวใจมีอัตราตาย 101.88 ,49.62 ,38.48ต่อแสนประชากรตามลำดับ (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพ.ศ.2561) ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอแม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพฤติกรรมการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย พบว่าร้อยละ 36.6 ของประชากรอายุ 11 ปีขึ้นไป ที่มีการออกกำลังกายเพียงพอที่จะช่วยป้องกันโรคได้ สำหรับการรับประทานอาหารนั้นจากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยในปีพ.ศ.2564-2565 พบว่าทั้งหญิงและชาย รับประทานผักและผลไม้ เฉลี่ยเพียงวันละ 3.1 และ 3.0 ส่วนมาตรฐาน ตามลำดับ โดยมีความชุกของการรับประทานผักและ ผลไม้ปริมาณต่อวันเพียงพอตามข้อแนะนำ (รวม > 5 ส่วน มาตรฐานต่อวัน) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการปฏิบัติจริง 2 กระบวนการได้แก่ 1. การออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย 3-5 วันๆละอย่างน้อย30 นาที 2. การรับประทานผักและผลไม้สด วันละครึ่งกิโลกรัม หรือรับประทานผักในปริมาณครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อ และลดการรับประทานอาหารไขมันจะสามารถทำให้ประชาชนลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ20-30 โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดก็ลดลงมากเช่นกัน ทั้งการออกกำลังกายและการปลูกผักร่วมกันยังเป็นกิจกรรมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย โดยตำบลโล๊ะจูด มีประชากรกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน คิดเป็นร้อยละ 4.48 ประชากรกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 54.31 จากข้อมูลคัดกรองโรคเรื้อรังปี 2565 ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ การบริโภคอาหาร การขาดการออกกำลังกาย จากพฤติกรรมข้างต้น ส่งผลให้ประชากรในพื้นที่มีภาวะอ้วนลงพุง ปัญหารอบเอวเกิน การส่งเสริมประชาชนให้ปฏิบัติตนถูกต้องตามพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. ปรับพฤติกรรมการบริโภค, การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด รวมทั้งไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุราได้นั้นจะลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโล๊ะจูดมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มจำนวนสูงขึ้นทุกปี รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้นำชุมชนภายในตำบลจัดประชุมเพื่อหาแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนในตำบลให้หันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่อาจก่อเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งอาหารที่มีรสหวาน มันเค็ม อาหารประเภทนี้จะก่อให้เกิดเป็นโรคดังกล่าว เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนให้ความสำคัญ เกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ เน้นการป้องกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถดูแลตนเองเพื่อไม่ให้กลายเป็นกลุ่มป่วยและเพื่อให้กลุ่มป่วยสามารถควบคุมอาการตนเองและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้โดยเน้นการดำเนินงานโดยภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการกระตุ้นและสร้างกระแส ให้ประชนในพื้นที่ตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพและการป้องกันตนเอง จากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน80.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ตรวจคัดกรองเป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง50.00
ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 50
ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูงได้รับการส่งพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
1.1 กิจกรรมย่อย ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตสูง จำนวน 3 เครื่อง x 2,500 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 25667500.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส
2.1 กิจกรรมย่อย.
อบรมให้ความรู้ เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคนละ 25 บาท ต่อมื้อ จำนวน 1 มื้อต่อวัน จำนวน 50 คน เป็นเงิน 1,250 บาท
-ค่าอาหารกลางวันคนละ 50 บาท ต่อมื้อ จำนวน 50 คน เป็นเงิน 2,500 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท จำนวน 1 คน เป็นเงิน 1,800 บาท
-ไวนิลจัดอบรมขนาด 1.5x3 เมตร เป็นเงิน 950 บาท
-ค่าวัสดุในการจัดอบรม เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 25667500.00 บาท -
กิจกรรมติดตามและส่งต่อผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูงพบแพทย์
3.1กิจกรรมย่อย ติดตามค่าความดันโลหิตและค่าน้ำตาลในเลือด และส่งต่อพบแพทย์ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสูงเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 25660.00 บาท
- ประชาชนมีความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส อย่างถูกวิธี
- ประชาชนมีการกระตุ้นและหันมาสนใจเกี่ยวกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
- ผู้ที่ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงได้รับการส่งต่อเพื่อพบแพทย์วินิจฉัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
