โครงการลดพุงลดโรคในวัยทำงาน ประจำปี 2566
-
นางสาวยารอหน๊ะ เมาะหามะ
-
นางสาวฟาตีฮะห์ วานิ
-
นางสาวซูรัยดา นิเต๊ะ
-
นางสาวรุสวาณี ยูโซะ
-
นางสาวอักรีมา ดอเลาะ
-
นางสาวยารอหน๊ะ เมาะหามะ
-
นางสาวฟาตีฮะห์ วานิ
-
นางสาวซูรัยดา นิเต๊ะ
-
นางสาวรุสวาณี ยูโซะ
-
นางสาวอักรีมา ดอเลาะ
พฤติกรรมและการดำเนินชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาวะของมนุษย์ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของแต่ละบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยของบุคคลนั้น ๆ จากสถานการณ์ของคนไทยพบว่า ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็น 1 ในโรคไม่ติอต่อเรื้อรังที่นำไปสู่โรคอื่นๆเช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคภูมิแพ้ โรคสมองเสื่อมเป็นต้น ข้อมูลจากกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานความชุกของปัญหาน้ำหนักเกินหรืออ้วนในผู้ใหญ่ ในปี 2564 อยู่ที่ 47.2%เพิ่มขึ้นจาก 34.7% ในปี2559 ซึ่งกรุงเทพมหานคร มีความอ้วนมากที่สุด ( 56.1%) รองลงมาคือภาคกลาง ( 47.3%) ,ภาคใต้ ( 42.7%)เนี่องจากปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมบริโภคอาหาร รสหวาน มัน เค็มเพิ่มขึ้น รับประทาน วิตามินน้อยลงและขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ในปี2563 ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศของกรมอนามัยพบว่า เพศชายมีรอบเอว 90 เซนติเมตร ร้อยละ 34 และเพศหญิงมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร ร้อยละ 58 ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย จึงเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จากผลคัดกรองสุขภาพประชาชนวัยทำงาน ปี 2565 ของตำบลจวบ พบว่าประชาชนในวัยทำงาน มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และประชากรหญิงมีภาวะอ้วนลงพุงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุที่พบภาวะอ้วน คือ พฤติกรรม ค่านิยมการทานอาหาร โดยเฉพาะงานเลี้ยงต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานบุญ และทานอาหารในปริมาณมากในมื้อเย็น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต้องใช้เวลาพอสมควรจึงสำเร็จด้วยความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุกคามวิถีชีวิตและสุขภาวะประชาชนในชุมชน ดังนั้น งานสาธารณสุข สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลจวบ จึงจัดทำโครงการลดพุง ลดโรคในวัยทำงาน ประจำปี 2566 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่มีภาวะเสี่ยง มีความรู้ สามารถนำความรู้ที่ได้ ไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันและสามารถควบคุมพฤติกรรมต่างๆที่ส่งผลต่อการเกิดโรคต่าง ๆต่อไปได
-
1. ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานอายุ 30 – 45 ปี ให้มีค่าดัชนีมวลกายปกติ 2. เพื่อลด ประชากรในวัยทำงาน ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน ลงพุง1.00
1.ประชาชนวัยทำงานช่วงอายุ 30-45 ปีได้รับการคัดกรองภาวะน้ำหนักเกิน(BMI) รอบเอว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
2.ร้อยละของประชากร ในวัยทำงาน ที่มีภาวะ น้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน ลงพุง ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมกลุ่ม อบรมให้ความรู้ จำนวน 50 คน
- ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600บาท จำนวน 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600.-บาท
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 50คนๆละ 2มื้อๆละ 25บาท เป็นเงิน 2,500.-บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50คนๆละ 1มื้อๆละ 60บาท เป็นเงิน 3,000.-บาท
- ค่าวัสดุในการฝึกอบรม จำนวน 50คนๆละ 60บาท (สมุด ปากกา กระเป๋า) เป็นเงิน 3,000.-บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการขนาด 1.2X2.4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 720.-บาท
- รวมเป็นเงิน 12,820.-บาท
3 กรกฎาคม 2566 ถึง 29 กันยายน 25661.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรอง/ประเมินดัชนีมวลกายและวัดรอบเอว อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ 2.กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสม มีความรู้ความเข้าใจภาวะเสี่ยงของตนเองและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีและมีค่าดัชีมวลกายปกติ
12820.00 บาท
1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรอง/ประเมินดัชนีมวลกายและวัดรอบเอว อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ 2.กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสม มีความรู้ความเข้าใจภาวะเสี่ยงของตนเองและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีและมีค่าดัชีมวลกายปกติ
