โครงการติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เบาหวานความดันโลหิตสูงจากการคัดกรอง
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสีย ทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้พิการและอยู่ในภาวะติดเตียง ทำให้เป็นโรคไตวาย ซึ่งเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัวสำหรับสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดโรคคือ กรรมพันธุ์และพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิต ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆเมื่อมี อายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายเรื่องชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผล โดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ สามารถควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ จากข้อมูลประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบ ปี 2566 กลุ่มเป้าหมายที่ต้องคัดกรอง โรคเบาหวาน และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,500 ราย ได้รับการ คัดกรองเบาหวานจำนวน 1,355 ราย คิดเป็น ร้อยละ 90.33 และได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูง จำนวน 1,415 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.33 พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน 26 ราย กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 29 รายรวมกลุ่มเสี่ยงรายใหม่55 คน หากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ การรักษา โรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูง โดยการให้ความสำคัญด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง กระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะ แรก ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน จากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและติดตามกลุ่มเสี่ยงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างครอบคลุม เนื่องจากสถานการณ์ การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ไม่สามารถติดตามลงเชิงรุกได้ ดังนั้นชมรม อาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งหลวง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีอีกทั้งจำนวนผู้ป่วยหลอดเลือดสมองมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีผู้พิการติดเตียงเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตปี 2566 ขึ้น โดยเน้นกิจกรรมคัดกรองเพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองติดตามเฝ้าระวังโรค และให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พร้อมทั้งรณรงค์ สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการการเกิดโรคเรื้อรัง
-
1.เพื่อให้ประชาชนเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงประจำปี และมีค่าความดันโลหิต เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตซ้ำ และได้รับความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม0.00
1.ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามความดันโลหิต ทุก 1 เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง55
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ประชุม อบรม ภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ 1. กิจกรรม พัฒนาและฟื้นฟูศักยภาพแกนนำ อสม.เรื่อง การเจาะน้ำตาลในเลือด การวัดความดันโลหิต และ หลัก 3อ2ส ในการค้นหากลุ่มเสี่ยง ( จำนวน แกนนำ อสม. 25 คน )
ค่าถ่ายเอกสารคัดกรอง จำนวน 800 แผ่น แผ่นละ
0.50 บาท เป็นเงิน 400 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม เป็นเงิน 1,050 บาท ดัง
รายละเอียดต่อไปนี้
- ค่าถ่านไฟฉายอัลคาไลน์ ขนาด AA สำหรับเครื่องวัดความดัน จำนวน
1 กล่อง ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 600 บาท
- ค่าถ่านกระดุมแบบลิเธียม LR -44 1.5 โวลด์ (1แพ็ค/2ชิ้น) จำนวน
10 แพ็คๆละ 45 บาท เป็นเงิน 450 บาท
รวมเป็นเงิน 1,450 บาท
- ค่าถ่านไฟฉายอัลคาไลน์ ขนาด AA สำหรับเครื่องวัดความดัน จำนวน
25 สิงหาคม 2566 ถึง 19 กันยายน 25661450.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ให้ความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยง 1.จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง (จำนวน 55 คน ) หมายเหตุ : รวมกลุ่มแบบแยกหมู่ เพื่อง่ายใน การติดตาม โดยแบ่ง อสม.ดูแล 1:11 กลุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 55 คน 2 มื้อ ๆละ
25 บาท เป็นเงิน 2,750 บาท
2 .ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 55 คนๆละ 60 บาท เป็น
เงิน 3,300 บาท
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 จำนวน 4 ชม.เป็นเงิน
2,400 บาท
ค่าจัดทำคู่มือ ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
จำนวน 55 เล่ม เล่มละ 10 บาท เป็นเงิน 550 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1* 3 เมตร เป็นเงิน 450
บาท
7.ค่าโมเดล วงล้อปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ชุดละ 1,490 บาทจำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 1,490 บาท
รวมเป็นเงิน 10,940 บาท
26 สิงหาคม 2566 ถึง 25 กันยายน 256610940.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงจาการคัดกรองได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและมีสุขภาพดีไม่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค 2..ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่
