โครงการ คัดแยกและรวบรวมขยะอันตราย ส่งความสุขให้ชุมชน ปีงบประมาณ 2566
-
ร.ต.ท.โกศล ปิ่นเพชรประธาน 098-718-249-9
-
ร.ต.อ.นิรันดร ทองดำ รองประธาน 081-599-487-0
-
นางโสรส ขุนดำ กรรมการ 084-963-211-7
-
นายเดช มงคลวัฒนศิริ กรรมการ 081-923-532-1
-
นางสาวอุทัยวรรณ ย้วนใยดี เลขานุการ 083-190-199-1
ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญปัญหามลพิษ จากการจัดการของเสียอันตราย หรือ ขยะพิษ ไม่ได้มาตรฐานโดยพบว่า มือถือเก่า โน้ตบุ๊ก แล็ปท็อป ทีวีเก่า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ถูกทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยทั่วไป และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่ซากชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าโดนถอดแยกชิ้นส่วนแล้วเผาทำลาย เทกอง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ สารเคมีอันตรายปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบทางเคมีทั้งปรอท ตะกั่ว หรือโลหะหนัก ล้วนเป็นสารก่อมะเร็งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระบุว่าของเสียอันตรายจากชุมชนเกิดขึ้น 638,000 ตันต่อปี โดยเป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์414,600 ตันต่อปี หรือร้อยละ 65 อีก 223,400 ตัน หรือร้อยละ 35 เป็นของเสียอันตรายประเภทอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่ ถ่าน ไฟฉาย ภาชนะบรรจุสารเคมี กระป๋องสเปรย์ของเสียอันตรายเหล่านี้ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้นเพียง 83,600 ตัน หรือร้อยละ 13 เท่านั้น ซึ่งในรายงานมลพิษฉบับล่าสุดนี้ ได้ระบุการจัดการยังไม่เพียงพอ ขาดกฎระเบียบที่จะคัดแยกของเสียอันตรายจากขยะทั่วไป และประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแล ในการให้ภาคเอกชนรับผิดชอบในการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากปัญหาภาวะมลพิษที่เกิดจากขยะที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนและสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เทศบาลเมืองเบตงมีการรวบรวมขยะอันตรายเพื่อนำส่งไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา โดยในปีงบประมาณ 2565 เทศบาลเมืองเบตงได้รวบรวมขยะอันตรายจากชุมชนได้ประมาณ 590 กิโลกรัม โดยยังพบมีขยะอันตรายที่เข้าสู่ระบบฝังกลบขยะ แสดงให้เห็นว่ายังมีขยะอันตรายบางส่วนไม่ได้รับการคัดแยกและรวบรวม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษของขยะอันตรายลงสู่สิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนชาวเบตงได้ และจากการสำรวจข้อมูลในชุมชนพัฒนะ เทศบาลเมืองเบตง พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชนได้ทิ้งขยะอันตรายรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป โดยไม่มีการแยกขยะอันตรายทิ้งต่างหากอย่างไม่ถูกวิธีทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ การปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม การแพร่กระจายของเชื้อโรค สิ่งเหล่านี้ส่งผลร้ายกลับมายังประชาชนในชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชน ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพลดลง
ชุมชนพัฒนะ เทศบาลเมืองเบตง ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการคัดแยกและรวบรวมขยะอันตรายในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการการคัดแยกและรวบรวมขยะอันตราย ส่งความสุขให้ชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกและรวบรวมขยะอันตรายอย่างถูกต้องและปลอดภัยเพื่อรอการรวบรวมไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล อนึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนปลอดภัยจากสารปนเปื้อนที่มาจากขยะอันตรายต่อไป
-
1. เพื่อให้ประชาชนและเยาวชน มีความรู้ถึงผลกระทบจากขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายและสิ่งแวดล้อมในชุมชน0.00
1.ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการคัดแยกขยะอันตรายออกจากขยะประเภทอื่น ที่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
-
2.เพื่อให้ประชาชนและเยาวชน มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยและขยะอันตรายในชุมชนโดยเริ่มต้นที่ครัวเรือน0.00
2.ประชาชนในชุมชนมีการคัดแยกและรวบรวมขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไปก่อนนำไปแยกกำจัดอย่างถูกวิธี
-
3.เพื่อส่งเสริมให้มีการคัดแยกและกำจัดขยะอันตรายในครัวเรือนและชุมชน อย่างเหมาะสม0.00
3.ประชาชนในชุมชนมีถังขยะอันตรายและขยะติดเชื้อไว้รองรับขยะในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดกิจกรรมฝึกอบรมเพิ่มความรู้ด้านการจัดการ และการกำจัดขยะอันตรายในชุมชน
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน จำนวน 1 มื้อๆละ 75 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน จำนวน 1 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์สำนักงานประกอบการอบรม จำนวน 30 ชุดๆละ 40 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.80x2.40 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 1,080 บาท
-ค่าทำรูปเล่มรายงาน เป็นเงิน 300 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 2566จัดอบรมให้ความรู้และอบเชิงปฏิบัติการ
9480.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการผลิตยาไล่มด แมลง จากเปลือกไข่ทดแทนสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน จำนวน 1 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
-ค่าแผ่นพับให้ความรู้และประชาสัมพันธ์จุดรวบรวมขยะอันตราย เป็นเงิน 2,000 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 2566จัดอบรมให้ความรู้และอบเชิงปฏิบัติการ
3650.00 บาท -
จัดกิจกรรมรณรงค์เคาะประตูบ้าน รวบรวมขยะอันตรายโดยการสร้างแรงจูงใจ พร้อมทั้งติดตั้งตู้รองรับขยะอันตราย
ตู้รองรับขยะอันตราย จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 8,000 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรม เช่น ไข่ ตาชั่ง ฯลฯ เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าป้ายไวนิลจุดรวบรวมขยะประจำชุมชน ขนาด 1.80x2.40 เมตร
จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 1,080 บาท
-ค่าแผ่นพับให้ความรู้การลดการใช้สารเคมีฆ่าแมลงจากวัสดุธรรมชาติ เป็นเงิน 2,000 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 29 ธันวาคม 2566ได้รณรงค์เคาะประตูบ้าน รวบรวมขยะอันตรายโดยการสร้างแรงจูงใจ
15080.00 บาท
1.เสนอโครงการเพื่อการอนุมัติตามวาระการประชุมของคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ
2.ประสานงานกับผู้นำชุมชนและประชาชนในชุมชน เพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานในครั้งนี้
3.ประสานวิทยากรและสถานที่ฝึกอบรม
4.จัดกิจกรรม ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการกำจัดขยะอันตรายและขยะติดเชื้อ สารพิษที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพ
1) จัดฝึกอบรมเพิ่มความรู้ด้านการจัดการ และการกำจัดขยะอันตรายในชุมชน
2) เคาะประตูรณรงค์คัดแยกขยะอันตราย และติดตั้งจุดรับขยะอันตรายประจำชุมชน
3) จัดกิจกรรมรณรงค์ขยะอันตรายแลกไข่ (สร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะอันตราย) และเพื่อนำ เปลือกไข่มาใช้ทดแทนสารเคมีปราบศัตรูพืช
5.ประเมินผลการจัดทำถังขยะอันตรายและถังขยะติดเชื้อแจกจ่ายให้กับชุมชน
5.1 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
5.2 จากผลการทดสอบความรู้ ก่อน – หลัง การอบรม
5.3 ปริมาณขยะอันตรายที่รวบรวมในชุมชน
6.สรุปผลโครงการและรายงานผลการดำเนินงาน
- ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการคัดแยกขยะอันตรายออกจากขยะประเภทอื่น ที่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- ประชาชนในชุมชนมีการคัดแยกและรวบรวมขยะอันตรายออกจากมูลฝอยทั่วไปก่อนนำไปแยกกำจัดอย่างถูกวิธี
- ประชาชนในชุมชนมีถังขยะอันตรายและขยะติดเชื้อไว้รองรับขยะในชุมชน
