โครงการส่งเสริมสุขภาพชุมชน อารมณ์ดี ทุกชีวีมีสุข
-
นางสาวสูซานา ดือราแม หัวหน้าสำนักปลัด
-
นางสาวฟิรดาวส์ มายีซา เจ้าพนักงานสาธารณสุขฯ
จากการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาพของประชาชนบ้านตะบิ้ง พบว่าปัญหาสุขภาพการมีดัชนีมวลกายสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีปัจจัยความเสี่ยงที่ละเลยการตรวจสุขภาพ ปัญหาสำคัญ คือ
1) บกพร่องความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง
2) ขาดแรงจูงใจและแรงสนับสนุนจากผู้นำชุมชน
3) ปัญหาในเรื่องของอุปสรรคทางวัฒนธรรม คือ ความอาย ซึ่งต้องการการเสริมสร้างพลังอำนาจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจเป็นรูปแบบ คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพร่วมกับการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพในแต่ละหมู่บ้าน
องค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้โดยการมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายเครียด การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และการตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเอง เป็นต้น
การออกกำลังกายเป็นพฤติกรรมสุขภาพประการหนึ่งที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอ จะให้ประโยชน์ทั้งต่อด้านร่างกายและจิตใจ ด้านร่างกายเช่น ระบบไหลเวียนเป็นผลดีต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ การออกกำลังกายทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนได้(Osteoporosis) ได้ ช่วยในการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้น ลดการสะสมระดับของไขมันในร่างกายในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันโรค การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4 ชั่วโมง หรือมากกว่านี้ต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนโตเป็นผู้ใหญ่จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง และเพิ่มการไหลเวียนของเม็ดโลหิตขาวทำให้ลดปัญหาสุขภาพได้ ด้านจิตใจ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสดชื่นอิ่มเอิบ อารมณ์ดี ลดความตึงเครียดและนอนหลับได้ดี และผลดีด้านสังคม คือ ช่วยให้มีสัมพันธภาพและมิตรไมตรีต่อกัน มีความเอื้ออาทรต่อกันในชุมชน การที่ประชาชนทุกคนมีสุขภาพที่ดีนั้นประชาชนจะต้องพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้มากขึ้น พยาบาลในฐานะที่เป็นบุคลากรสุขภาพควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ควรให้บริการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก
สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลตะบิ้งได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพชุมชน อารมณ์ดี ทุกชีวีมีสุข โดยการผสมผสานการดูแลสุขภาพหลากหลายวิธี เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับผิดชอบการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อนำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพด้วยตนเองที่ยั่งยืน จึงได้มีแนวคิดในการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชนที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการให้ความรู้ ส่งเสริมการตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง
-
1. เพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาวะร่างกายของประชาชน 2. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย 3. เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอันไม่พึงปรารถนา0.000.00
-
กลุ่มวัยทำงาน80
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมที่่ สุขภาพดี ชีวีมีสุข
กิจกรรมที่ 1 สุขภาพดี ชีวีมีสุข อบรมให้ความรู้ บรรยายให้ความรู้การควบคุม พัฒนา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี เพื่อส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง ค่าใช้จ่าย
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1x3 รวม 1,050 บาท
- ค่าวิทยากร 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท รวม 3,600 บาท
- ค่าอาหารว่าง จำนวน 80 คนๆละ 35 บาท x 2 มื้อ รวม 5,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คนๆละ 80 บาท รวม 6,400 บาท
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการฝึกอบรม รวม 1,350 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 18,000 บาท
1 กันยายน 2566 ถึง 31 ตุลาคม 256718000.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค กินอาหารให้เป็นยา
การทำอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เช่น เมี่ยงคำ ยำเห็ดลุยสวน น้ำสมุนไพรตรีพลา
ค่าใช้จ่าย ค่าวัสดุอุปกรณ์ เห็ดนางฟ้า/มะนาว/พริกแดง/หัวหอมแดง/ขิง/ผักชี/ถั่วลิสง/ผักกาดหอม/น้ำตาลทราย/น้ำปลา/ใบชะพลู/มะพร้าว/กุ้งแห้ง
รวมเป็นเงิน 3,000บาท2 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 25673000.00 บาท
- ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพ การจัดการความเครียด อาหาร และการป้องกันโรคต่างๆ
- ประชาชนมีความตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคมากขึ้น
- ประชาชนสามารถถ่ายทอดความรู้สู่บุคคลอื่นในครอบครัวได้
