โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รู้ทันเสี่ยง เลี่ยงทันโรค รพ.สต.สะกอม ปี 2567
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วยจากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 3.7 เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตปกติและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวายโรคหลอดเลือดสมองภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเกือบครึ่งหนึ่งจะตายด้วยโรคหัวใจส่วนโรคเบาหวานจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายปัญหาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป การบริโภคอาหารไม่ถูกต้องบริโภคอาหารที่มีรสเค็มมันและหวานมีความเครียดจากปัญหาครอบครัวและสังคมการนอนหลับพักผ่อนไม่เป็นเวลาปัจจัยทางด้านพันธุกรรมรวมถึงขาดการออกกำลังกายและไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จากการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ปี 2566 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอมประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปี ขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองจำนวน2,962 คนคิดเป็นร้อยละ 92.74พบมีภาวะสงสัยป่วยในการเป็นโรคเบาหวาน (ค่าน้ำตาลในเลือด 126 mg/dl)จำนวน30 คนและความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิตมากกว่า 140/90 mmHg.)จำนวน234 คนรวม264เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลุ่มสงสัยป่วยและกลุ่มเสี่ยงกลับมาเป็นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มปกติโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอมจึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รู้ทันเสี่ยง เลี่ยงทันโรค รพ.สต.สะกอม ปี 2567 ขึ้นเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้และพฤติกรรมป้องกันตนเองจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน90.00
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้และพฤติกรรมป้องกันตนเองจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
-
เพื่อลดอัตราป่วยประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่35.00
เพื่อลดอัตราป่วยประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด -ตรวจวัดความดันโลหิต
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 เมษายน 2567ทราบผลการตรวจคัดกรอง โดยแยกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย
0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส
อบรมให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส
กลุ่มเป้าหมาย 150 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 75 คน
รุ่นที่ 1 จำนวน 75 คน
รายละเอียดค่าใช้จ่าย
1.ค่าป้ายโครงการขนาด 1.2 X 2.4 เมตร จำนวน 1 ป้ายเป็นเงิน 450บ าท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ จำนวน 150 ชุด ๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
3.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 75 ชุด ๆ ละ 60 บาทเป็นเงิน 4,500บาท
4.ค่าเอกสารคู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 75 เล่มๆละ 88 บาท เป็นเงิน 6,600 บาท
รุ่นที่ 2 จำนวน 75 คน
รายละเอียดค่าใช้จ่าย
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ จำนวน 150 ชุด ๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 75 ชุด ๆ ละ 60 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
3.ค่าเอกสารคู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 75 เล่มๆ ละ 88 บาท เป็นเงิน 6,600 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส
31650.00 บาท -
กิจกรรมติดตามและส่งต่อผู้ที่มีภาวะสงสัยป่วยพบแพทย์
ติดตามตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตซ้ำ 1 เดือน ,3 เดือน ,6 เดือน
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567-ทราบค่าระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต
-ส่งต่อผู้ที่ยังมีภาวะสงสัยป่วยพบแพทย์
0.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีความรู้และพฤติกรรมป้องกันตนเองจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
2.อัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ 50
