โครงการเกษตรกรสุขใจ ห่างไกลสารเคมี
-
1.ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีทางการเกษตรในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีอัตราการป่วยและมีผลกระทบต่อสุขภาพจำนวนมากขึ้น20.00
ในฤดูกาลผลิตปี 2565/66 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 33,972 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นาข้าว จำนวน 930 ไร่ พื้นที่ปลูกไม้ผล จำนวน 3,450 ไร่ พื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น จำนวน 28,239 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ จำนวน 138 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก จำนวน 200.5 ไร่ และพื้นที่อื่นๆ จำนวน 1,014.5 ไร่ โดยประชาชนส่วนใหญ่มีการประกอบอาชีพหลักคืออาชีพเกษตรกร ซึ่งในการประกอบอาชีพทางการเกษตรมีความจำเป็นที่จะต้องสัมผัสกับสารเคมีเพื่อการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ถึงแม้ว่าจะมีข้อบ่งชี้ในการใช้สารเคมีระบุไว้อย่างชัดเจนถึงระยะเวลาการใช้งานและปริมาณที่ใช้ที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามเกษตรกรก็ยังคงต้องมีการใช้สารเคมีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงอาจมีการสะสมสารเคมีเหล่านั้นในร่างกายและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว นอกจากนี้ เกษตรกรบางส่วนยังไม่มีการป้องกันตนเองจากสารเคมีอย่างถูกวิธี เช่น ไม่มีการสวมถุงมือ ไม่สวมใส่หน้ากาก ไม่สวมหมวกและรองเท้าหุ้มส้น ในขณะที่สัมผัสกับสารเคมี จึงทำให้อาจจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรในระยะยาวได้ ดังนั้น งานส่งเสริมการเกษตร สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี จึงตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีให้แก่เกษตรกร โดยการตรวจเลือดเพื่อหาสารเคมีตกค้างในเลือด เพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบถึงระดับของสารพิษที่อยู่ในเลือดของตนเอง เพื่อที่จะได้มีการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ถูกต้องเพื่อการลดความเสี่ยงจากอันตรายของสารเคมีทางการเกษตร ต่อไป
-
เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส30.0020.00
อัตราการป่วยจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรลดลง ร้อยละ 60
-
เพื่อแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตนที่เหมาะสมและปลอดภัยในการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชน ในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส30.0025.00
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติได้จริง ร้อยละ 70
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การรวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมินความเสี่ยง
สำรวจและรวบรวมข้อมูลเกษตรกรด้วยแบบประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อสืบค้นความผิดปกติเบื้องต้นและลดความเสี่ยงจากผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น
6 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 27 กันยายน 2567ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการคัดกรองตามแบบประเมินความเสี่ยงการใช้สารเคมีทางการเกษตร
0.00 บาท -
การเจาะเลือดตรวจคัดกรอง
การเจาะเลือดผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อวิเคราะห์หาระดับสารเคมีตกค้างในเลือด (ตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส) ด้วยชุดทดสอบ และอ่านวิเคราะห์ผลการทดสอบเทียบกับค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 1. ถุงมือยางทางการแพทย์1กล่อง x 250 บาท เป็นเงิน 250 บาท 2.ชุดทดสอบสารเคมีตกค้างในเลือด 1 ชุด x 2100 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 2,350 บาท
6 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 27 กันยายน 2567ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์หาระดับสารเคมีตกค้างในเลือด (ตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส) และรับทราบผลการตรวจเลือด
2350.00 บาท -
อบรมให้ความรู้
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีทางการเกษตรและโทษของสารเคมีต่อสุขภาพ
1.ค่าวิทยากร จำนวน 2 คน × คนละ 2 ชม.× 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท 2.ค่าไวนิล ขนาด 100 x 200 เซนติเมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 500 บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน×25 บาท×1 มื้อ เป็นเงิน 1,000 บาท 4.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน × 50 บาท เป็นเงิน2,000 บาท 5.ค่าปากกา 40 ด้าม ×5 บาท เป็นเงิน 200 บาท 6.ค่าสมุด 40 เล่ม ×10 บาท เป็นเงิน400 บาท
7.ค่ากระเป๋า 40 ใบ x 65 บาท เป็นเงิน 2,600 บาท 8. กระดาษ A4 1 รีม เป็นเงิน 150 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,250 บาท6 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 27 กันยายน 2567ผู้อบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีทางการเกษตร
9250.00 บาท
- เกษตรกรและประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรและสามารถป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจาการใช้สารเคมีทางการเกษตรได้
- เกษตรกรและประชาชนได้รับคำแนะนำการดูแลสุขภาพและสามารถลดอัตราการป่วยจากการเกษตรได้
