โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567
โรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่มีความสัมพันธ์กับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานอาหารหวานมัน เค็มจัด การไม่ออกกำลังกาย ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ประกอบกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในวิถีชีวิตมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงโรค NCD เป็นสิ่งง่าย ส่งผลให้กลุ่มโรค NCD เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลกและประเทศไทย โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 14 ล้านคน (ร้อยละ 25.4) เท่ากับว่า 1 ใน 4 ของคนไทย ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 48.8) ไม่ทราบว่าตนเองป่วย พร้อมกันนั้นยังพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง 5 ล้านคน (ร้อยละ 9.5) 1 ใน 3 คน (ร้อยละ 30.6) ไม่ทราบว่าตนเองเป็นเบาหวานมาก่อนและมีเพียง 1 ใน 4 คน (ร้อยละ 26.3) เท่านั้นที่สามารถควบคุมสภาวะของโรคได้
ประเทศไทยระหว่างปี 2559-2563 มีแนวโน้มการตายด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 12.1 ต่อ 100,000 ประชากรเป็น 19.4 ต่อ 100,000 ประชากร และการเพิ่มขึ้นของอัตราตายจากภาวะความดันโลหิตสูงจาก 5.7 ต่อ 100,000 ประชากร เป็น12.1 ต่อ 100,000 ประชากรสถานการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในตำบลนาเสมียน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา คิดเป็นรอยละ19.31 ในกลุ่มประชากร 35 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงหน่วยงาน รพ.สต. นาเสมียน จึงจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงปีงบประมาณ 2567 นี้ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติที่ถูกต้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเป็นบุคคลต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพ
-
1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติที่ถูกต้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ80.00
ร้อยละ 80 ของ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีระดับคะแนนของแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อย่างน้อยร้อยละ 60 จากคะแนนเต็ม
-
2. เพื่อสรรหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นบุคคลต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพ10.00
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นบุคคลต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพ อย่างน้อย 3 คน
-
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ชี้แจงกลุ่มเป้าหมายแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- เสริมพลังพฤติกรรมสุขภาพ โดยค้นหาปัญหารายบุคคลและวางแผนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
- แบบทดสอบ pre-test และ post- test
- ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 1 ท่าน x วันละ 2ชั่วโมง x จำนวน 1 วัน x 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม80 คน x 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 80 คน x 60 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1x2 เมตรx 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าสมุดประจำตัวสุขภาพ จำนวน80 คน x 30 บาท x 1 เล่ม เป็นเงิน2,400 บาท
- ค่าวัสดุสำนักงานเป็นเงิน 1,000 บาท หมายเหตุสามารถถัวเฉลี่ยรายจ่ายในหมวดเดียวกันได้ทุกรายการ
1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับภาวะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
12300.00 บาท -
2. ประเมินภาวะสุขภาพและพฤติกรรม จัดกิจกรรมสรรหาบุคคลต้นแบบพฤติกรรมสุขภาพ
1 . ประเมินภาวะสุขภาพและพฤติกรรมจัดกิจกรรมสรรหาบุคคลต้นแบบพฤติกรรมสุขภาพพร้อมมอบเกียรติบัตร
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม80 คน x 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 2,400 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน x 60 บาทx 1 มื้อ เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าวัสดุสำนักงานเป็นเงิน 1,000 บาท หมายเหตุสามารถถัวเฉลี่ยรายจ่ายในหมวดเดียวกันได้ทุกรายการ1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2567- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพ
8200.00 บาท
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติที่ถูกต้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- มีกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นบุคคลต้นแบบด้านพฤติกรรมสุขภาพ
