-
นายอภิชาติข้องจิตร์
-
นางสุคนธ์ ธานีรัตน์
-
นางสาวประภาศรีนวลสระ
-
นางสาวพัชรินทร์จุลภักดิ์
-
นางกาญจนาเรืองกลิ้ง
-
นายอภิชาติข้องจิตร์
-
นางสุคนธ์ ธานีรัตน์
-
นางสาวประภาศรีนวลสระ
-
นางสาวพัชรินทร์จุลภักดิ์
-
นางกาญจนาเรืองกลิ้ง
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ15.00
การเสียชีวิตของเด็กในช่วงอายุต่ำกว่า 15 ปี มีหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตที่มีอุบัติการสูงสุดคือการจมน้ำเสียชีวิต โดยสาเหตุของการจมน้ำเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น เด็กไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ไม่มีทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ และการขาดการเฝ้าระวังที่เพียงพอของผู้ปกครองและคนในชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำที่ไม่เหมาะสมส่วนข้อมูลสถานการณ์การจมน้ำในอำเภอชะอวด ปี 2566 ไม่มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ เนื่องจากมีการดำเนินกิจกรรมและโครงการการป้องกันการจมน้ำทุกตำบล ซึ่งแม้ว่าเทศบาลตำบลชะอวดเป็นพื้นที่หนึ่งที่ไม่มีการเสียชีวิตจากการจมน้ำทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตั้งแต่ปี 2561 – 2566 แต่โรงพยาบาลชะอวดได้เห็นความสำคัญของปัญหาการจมน้ำและการช่วยเหลือชีวิตจากการจมน้ำทั้งในเด็กและประชาชนทั่วไป จึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นในเขตเทศบาลตำบลชะอวด เพื่อให้การพัฒนาการดำเนินการป้องกันการจมน้ำเกิดความยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อลดภาวะที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ลง15.000.00
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ
-
เพื่อให้เด็กอายุ 6-15 ปีมีความรู้ทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด100.0090.00
เด็กอายุ 6-15 ปี ที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้ทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน160
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจข้อมูลในชุมชน แหล่งน้ำเสี่ยง,การใช้คอกกั้นเด็ก,กลุ่มเสี่ยงที่ว่ายน้ำไม่เป็น
กิจกรรมลงสำรวจชุมชน โดยร่วมกับ อสม.ลงเก็บข้อมูลแหล่งน้ำเสี่ยง ร่วมถึงข้อมูลกลุ่มเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นในชุมชน 1.ค่าเบี้ยเลี่ยง อสม.ในการลงสำรวจชุมชน50 คนๆละ 120 บาท x 1 วัน เป็นเงิน6000บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 25671.ได้ข้อมูลแหล่งน้ำเสี่ยง
2.ข้อมูลการใช้คอกกั้นเด็กหรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก 0-2 ปี
3.ข้อมูลเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นในชุมชน
6000.00 บาท -
การจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน
การจัดทำป้ายเตือนแหล่งน้ำเสี่ยงและจุดเสี่ยงป้องกันเด็กจมน้ำ โดยนำข้อมูลจากการสำรวจชุมชนมาจัดเรียงความเสี่ยงให้ได้ 7 จุด ใน 7 ชุมชน มาจัดการเบื้องตัน
1.ค่าป้ายไวนิลเข้าโครงชิ้นละ 550 x 7 ชิ้น เป็นเงิน3850บาท 2.ค่าชุดอุปกรณ์ในการช่วยคนจมน้ำ ชุดละ 150 บาท x 7 ชุด เป็นเงิน1050บาท1 เมษายน 2567 ถึง 30 เมษายน 25671.มีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน ทำป้ายเตื่อน พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ
4900.00 บาท -
อบรมการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
กิจกรรมอบรมการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด โดยนำข้อมูลเด็กในพื้นที่ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ในช่วงอายุ 6-15 ปี จากการสำรวจ (มีการประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม) ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะไปเป็นแกนนำในโรงเรียนที่จะส่งต่อความรู้สู่นักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมอบรม -ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าอบรม 60 คนๆละ 80 x 1 มื้อ x 2 วันเป็นเงิน9600บาท -ค่าอาหารว่างผู้เข้าอบรม 60 คนๆละ 25 x 2 มื้อ x 2 วันเป็นเงิน6000บาท -ค่าวิทยากรหลัก 1 คน x 5 ชั่วโมง x 600 x 2 วันเป็นเงิน6000 บาท -ค่าวิทยากรกลุ่ม 2 คน x 5 ชั่วโมง x 300 x 2 วันเป็นเงิน6000บาท -ค่าบริการสระว่ายน้ำ 60 คน x 30 x 2 วัน เป็นเงิน3600บาท -ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรมเป็นเงิน 2000บาท
1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 25671.เด็กในเขตเทศบาลที่ว่ายน้ำไม่เป็น ได้รับการอบรมการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
2.ได้แกนนำเยาวชนในการส่งต่อความรู้ในชุมชนและในโรงเรียน
33200.00 บาท -
ติดตามการป้องกันเด็กจมน้ำในโรงเรียน
จัดทำแผนลงติดตามการจัดการป้องกันเด็กจมน้ำในโรงเรียน 1.โดยการลงสำรวจและให้คำแนะนำจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนร่วมกับแกนนำนักเรียน 2.จัดกิจกรรมแกนนำนักเรียนส่งต่อความรู้สู่น้อง แกนนำนักเรียนมีส่วนร่วมในการให้ความรู้ -ค่าอาหารว่างสำหรับเด็กนักเรียน 100 คน x25 x 1 มื้อเป็นเงิน2500บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 25671.แกนนำที่ผ่านการอบรมการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด มีส่วนร่วมในการให้ความรู้กับนักเรียน
2.มีการร่วมกันจัดการสิ่งแวดล้อมเสี่ยงในโรงเรียน
2500.00 บาท
1.เด็กอายุ 6 ปี ขึ้นไปไม่จมน้ำเสียชีวิต
2.มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงและสิ่งแวดล้อมเสี่ยง
3.ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนัก เห็นความสำคัญ และสามารถบริหารจัดการในการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำตามบทบาทของตนเองได้
