โครงการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ปี 2567
-
นางสาวกาญจนา หมวดพรมทอง
-
นางเจือ ดำแก้ว
-
นางขยาย มณีรัตน์
-
นางโรสิต้า เสมเหม๊า
-
นางสุวลักษณ์ยวงใย
-
ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น50.00
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด50.00
ด้วยปัจจุบันสถานการณ์การเผยแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขยาเสพติด เป็นแนวนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลัก ผู้เสพ คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้ค้า คือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำหนดให้เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเป็นเหยื่อของยาเสพติด โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม ให้ร่วมดำเนินการในลักษณะบูรณาการ ควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชน จำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเกิดจากความตั้งใจ และเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เด็กและเยาวชน มีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นอีก เช่นเด็กและเยาวชน เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ การสร้างการยอมรับ กล้าทำในสิ่งที่ท้าทาย การชักจูง และการหลอกลวง เป็นต้น ดังนั้น เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเพียงพอ ต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติดอย่างเหมาะสม การรู้จักการหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด และสิ่งสำคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วน ให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังของแผ่นดิน ที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติดหลักการศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินชีวิตที่สามารถทำให้เด็กและเยาวชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้และด้วยนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐตามยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกันคือ ๑.รั้วชายแดน ๒.รั้วชุมชน ๓.รั้วสังคม ๔.รั้วครอบครัว และ ๕.รั้วโรงเรียน ซึ่งจากทั้ง ๕ รั้วป้องกันนี้ จะเห็นได้ว่า รั้วชุมชนและรั้วโรงเรียน เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรากฐานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ อาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านลำชิงจึงมีความจำเป็นที่จะหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนไทย ส่งเสริมกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2567 ขึ้น
-
เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น50.0070.00
ร้อยละของเยาวชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเสพติด เช่น กระท่อม เฮโรอีน ยาบ้า เป็นต้น
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด50.0070.00
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมาย
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 25 คน) มื้อละ 30 บาท จำนวน 4 ครั้ง เป็นเงิน 3000 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าวิทยากร(จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 25 คน) รุ่นละ 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 4 ครั้ง เป็นเงิน 7,200 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ 2000 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256712700.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริมอาชีพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ (สกรีนเสื้อ)
- วัสดุในการอบรม จำนวน 50 ชุด ชุดละ 150 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 8 ชั่วโมง (จำนวน 2 รุ่นๆละ 4 ชั่วโมง) เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 25 คน) มื้อละ 30 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้เข้าร่มโครงการมีทักษะในการทำสกรีนเสื้อ
13800.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริมอาชีพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ (สรีนกระเป๋าผ้า)
วัสดุในการอบรม จำนวน 50 ชุดชุดละ 100 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 8 ชั่วโมง (จำนวน 2 รุ่นๆละ 4 ชั่วโมง) เป็นเงิน 4,800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 25 คน) มื้อละ 30 บาท จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้เข้าร่มโครงการมีทักษะในการทำสกรีนกระเป๋าผ้า
11300.00 บาท -
กิจกรรมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต้ายภัยยาเสพติด
- ป้ายโฟมบอร์ด ขนาด 40 x 60 ซม. ป้ายละ 250 บาท จำนวน 4 ป้าย เป็นเงิน 1,000 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567เดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด
1000.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ผู้เข้าร่วมโครงการได้แสดงออกตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ
2.ผู้เข้าร่วมโครงการมีแกนนำจิตอาสาด้านยาเสพติด ช่วยสร้างภูมิปัญญาและภูมิคุ้มกัน พัฒนาทักษะชีวิต รู้จักวิธีการปฏิเสธ
3.ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเป็นแกนนำในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงตนเอง
