โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านฝาละมี ปีงบประมาณ 2567
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน36.50
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง36.50
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)15.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.00
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นกัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคดบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการกำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2566 พบว่า จังหวัดพัทลุง มีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95 อำเภอปกพะยูน มีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2561 – 2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 4.615, 5.158, 5.483, 5.481 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.บ้านฝาละมีพบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,615 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,521 คนคิดเป็นร้อยละ 94.18เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.94ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 87 คนคิดเป็นร้อยละ 49.15สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,396 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,305 คนคิดเป็นร้อยละ 93.48เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 7.32ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 322 คน คิดเป็นร้อยละ 79.51 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาละมีจึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านฝาละมี ปีงบประมาณ 2567 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ 2สเพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน36.5030.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง36.5030.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)15.0010.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.002.50
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง350
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1650
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มเป้าหมายในชุมชน
กิจกรรม
1.คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป
งบประมาณ
1.จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล แสดงภาวะการตเต้นของหัวใจได้ แบบอัตโนมัติจำนวน4 เครื่องๆ ละ 2,800 บาท เป็นเงิน 11,200 บาท
2.ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 4 เครื่อง เครื่องละ 2,500 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
( หมายเหตุ แถบตรวจน้ำตาล ขอสนับสนุนจาก รพ.ปากพะยูน)1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2567ผลผลิต 1.ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ90
ผลลัพธ์
1. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับรู้สถานะสุขภาพของตนเองและสามารถดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสม
2.ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ 2และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ521200.00 บาท -
กิจกรรมสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ
กิจกรรม
1.ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
2.จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์สุขภาพโดยการออกกำลังกายแอโรบิค หรือบาสโลบไลน์เด้นท
3.ตรวจุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์สุขภาพโดยการรณรงค์การออกกำลังกายและตรวจสุขภาพครั้งที่ 1 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพ
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คน และผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x 30 บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 1ชม. จำนวน 2 คน เป็นเงิน 1,200 บาท1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2567ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจำนวน 50 คน
ผลลัพธ์ 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายที่เหมาะสม2850.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
กิจกรรม
1.อบรมให้ความรู้เรื่องโรค อาหารและการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร5คนและผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x 30บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 2 ชม. เป็นเงิน 1,200บาท1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2567ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน
ผลลัพธ์ 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม2850.00 บาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
กิจกรรม
1ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ค่าDTX >100mg%
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ1 มกราคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2567ผลผลิต กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวาน จากการคัดกรองได้รับการติดตามเจาะFBSมากกว่าร้อยละ80
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองมีภาวะสุขภาพดีขึ้น0.00 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรม
1.ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการคัดกรองภายใน 180 วัน
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2567ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้านมากกว่าร้อยละ80
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินภาวะแทรกซ้อน
กิจกรรม
1.อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน
2.ตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและเท้าพร้อมให้ฝึกปฏิบัติตาม
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง, วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 70 คนรวมเป็น75คนx1มื้อx 30บาทเป็นเงิน 2,250 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร 2 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชม.เป็นเงิน 3,600 บาท (ลักษณะฐานการเรียนรู้)1 มีนาคม 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2567ผลผลิต
1.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมีจำนวน 176 คน 2.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมีได้ รับการตรวจประเมินเท้า มากกว่าร้อยละ80
3.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมี ได้รับการตรวจประเมินช่องปากพร้อมฝึกปฏิบัติโดยทันตบุคลากรมากกว่าร้อยละ 80
ผลลัพธ์
1.สามารถลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานได้5850.00 บาท -
ติดตามสุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานกิจกรรมรักษ์สุขภาพครั้งที่ 2
กิจกรรม
1.ติดตามสุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมรักษ์ สุขภาพครั้งที่ 2 หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร5คนและผู้เข้ารับการอบรม 50คน รวมเป็น55คน x1มื้อ x 30 บาท เป็นเงิน 1,650 บาท1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2567ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการตรวจสุขภาพ ครั้งที่ 2จำนวน 50 คนคิดเป็นร้อยละ 100
ผลลัพธ์ 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น1650.00 บาท -
สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
กิจกรรม
1.ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น
งบประมาณ
1.ป้ายประชาสัมพันธ์แบบถือพลาสวู๊ด ขนาดไม่น้อยกว่า 80 X 50 ซมราคาป้ายละ 350 บาท จำนวน 5 ป้าย เป็นเงิน 1,750 บาท
2.ป้ายไวนิลโรลอัพขนาดไม่น้อยกว่า 60 X 160 ซม.พร้อมขาตั้ง จำนวน 1 ชุดเป็นเงิน 1,200 บาท1 มิถุนายน 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567ผลผลิต 1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่าร้อยละ90
ผลลัพธ์ 1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงCVD riskลดลง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ2950.00 บาท
1.ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 2.ร้อยละประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง 3.ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 4.ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75
