โครงการความปลอดภัยเกษตรกร
-
-
-
จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย10.00
จากนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินงานความปลอดภัยเกษตรกร ซึ่งเป็นรูปแบบการบูรณาการงานของ ๔ กรมวิชาการ ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรม สุขภาพจิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการจัดบริการดูแลสุขภาพเกษตรกรทั้งกายและจิตอย่างครบวงจรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าชิง ได้มีการดำเนินงานดูแลสุขภาพเกษตรกร ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมีการเฝ้าระวังทางสุขภาพของเกษตรกร โดยการคัดกรองความเสี่ยงและตรวจหาสารพิษตกค้างในเลือดและดำเนินงานเฝ้าระวังโรคพิษจากสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าชิง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการความปลอดภัยเกษตรกร
-
เพื่อลดปัญหาเกษตรกรมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย10.008.00
จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)
-
เพื่อเป็นแนวทางถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การล้างผักเพื่อลดสารปนเปื้อนการใช้สมุนไพรล้างพิษและการประเมินสภาวะทางจิตของเกษตรกรที่มีความเครียดแก่อาสาสมัครสาธารณสุขให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพเกษตรกร10.0010.00
-
เพื่อตรวจคัดกรองเกษตรกรที่มีความเสี่ยงต่อสารกำจัดศัตรูพืช และให้คำแนะนำ/ส่งต่อเพื่อรักษา10.0010.00
-
กลุ่มวัยทำงาน25
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
1 มกราคม 2567 ถึง 31 มกราคม 25670.00 บาท -
การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครอาชีวอนามัย (อส.อช.) การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ (JSA) การทำระบบอาสาสมัครอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
อบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัครอาชีวอนามัย ในพื้นที่ให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในชุมชน โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 คน ๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 750 บาท
2.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 25 คนๆละ 1 ชุด ๆละ 70 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
3.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 4 ชม. ชม.ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
4.ค่าวัสดุ/อุปกรณ์การอบรม จำนวน 25 ชุดๆละ 144 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 25678500.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการ การปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดอันตรายจาการประกอบอาชีพ เกษตรกรได้รับการตรวจเลือดได้รับคำแนะนำการป้องกันสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย (วิเคราะห์ความเสี่ยงและตรวจเลือด)
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ และมีการวิเคราะห์หาสารเคมีตกค้างในเลือด ด้วยวิธีการเจาะเลือด
งบประมาณ
1.ค่าชุดตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดกระดาษโคลีนเอสเตอเรส3 กล่องๆ ละ 950 บาท เป็นเงิน 2,850 บาท
เข็มเจาะ 2 กล่อง ๆละ 750 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
แผ่นสไลด์ 3 กล่องๆละ 120 บาท เป็นเงิน 360 บาท
capillary 3 กล่องๆละ 180 บาท เป็นเงิน 540 บาท
สำลีแอลกอฮอล์ 1 กล่องๆละ 700 บาท เป็นเงิน 700 บาท
ดินน้ำมัน 2 ก้อน ๆละ 150 บาท เป็นเงิน 300 บาท
ถุงมือ 2 กล่อง ๆละ 230 บาท เป็นเงิน 460 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 6,000 บาท
3.ค่าอาหารกลางวันจำนวน 100 คนๆละ 1 ชุด ๆละ 70บาท เป็นเงิน 7,000 บาท
4.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 256721510.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการ เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างครั้งที่ 2 พร้อมสรุปผลโครงการ
หลังจากการอบรมให้ความรู้และเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างครั้งที่ 1 แล้วให้กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยน ลดการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ จึงจัดการเจาะเลือดเพื่อหาสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอีกครั้ง พร้อมสรุปผลการดำเนินโครงการ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25673000.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพของตนเองและการป้องกันสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย 2.เกษตรกรได้รับการตรวจเลือดพบในระดับเสี่ยงและระดับอันตรายได้รับคำแนะนำและการรักษาโดยสมุนไพร
