โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
-
นางปรารถนา เขียวสุวรรณ
-
นายอนุพงษ์ทองฤทธิ์
-
นางมารีเย๊าะหวังน๊ะ
-
นางสุกัญญา เอียดวารี
-
นางหรอปิหย๊ะศิริภานนท์
-
นางพยอม จันทรักษ์
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน70.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง70.00
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม35.00
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)68.00
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)51.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)37.00
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนที่มีการแข่งขัน สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว มีการนิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขจึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีความรีบเร่งในการทำงาน มีการบริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีกาารเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ขาดการออกกำกลังกาย มีความเครียดมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ การจัดกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม การมีสุขภาพจิตที่ดี ดังนั้น ทางชมรมขยับกายด้วยไลบน์แดนซ์จึงได้จัดการโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและกาารออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในพื้นที่ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานหันกลับมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานรายใหม่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาให้กับประเทศ และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศอีกด้วย
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน62.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง62.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อเพิ่มคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม40.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม
-
เพื่อลดคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)65.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่60.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ45.00
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ5
-
คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง5
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์โครงการและรับสมัครสมาชิก
จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการติดไว้ที่หมู่บ้าน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้าน และจัดทำใบสมัคร
- ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด1*2.5 เมตร จำนวน 6 แผ่นๆละ 375 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 10 เมษายน 2567จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ
2250.00 บาท -
อบบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 35 คน คณะทำงาน 4 คน วิทยากร 1 คน
- เชิญวิทยากรผู้ชำนาญการด้านโภชนาการมาให้ความรู้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการและมีการสาธิตการทำอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
- ตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ (ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณค่าดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต เจาะน้ำตาลปลายนิ้ว)
- จัดตั้งไลน์กลุ่มโครงการ
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าตอบแทนวิทยาการบรรยายเรื่องการทำและการบริโภคอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชาการ จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าตัวอย่างเครื่องปรุงที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ( น้ำปลา น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง โลโซเดียม น้ำมัน เกลือ น้ำตาลหญ้าหวาน ผงปรุงรส) เป็นเงิน 800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คนๆละ1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักแบบมีที่วัดมวลไขมัน จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,190 บาท
- ค่าอุปกรณ์วัดความเค็มในอาหาร จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,500 บาท
19 เมษายน 2567 ถึง 19 เมษายน 2567ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริโภคอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการและสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้
6290.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย
สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 35 คน คณะทำงาน 4 คน วิทยากร 1 คน - เชิญวิทยากรผู้ชำนาญการด้านการออกกำลังกายมาให้ความรู้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการ ตามความเหมาะสม เช่น การออกกำลังกายด้วยเสียงเพลง การบอดี้เวท การแกว่งแขน และเทคนิคต่างๆในการออกกำลังกายไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าตอบแทนวิทยาการบรรยายเรื่องการออกกำลังกาย จำนวน 1 คน จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คนๆละ1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
26 เมษายน 2567 ถึง 26 เมษายน 2567ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสมและสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้
2800.00 บาท -
ติดตามประเมินผลเรื่องการบริโภคอาหาร
ติดตามประเมินผลการบริโภคอาหารของสมาชิก โดยการเยี่ยมบ้านสมาชิก เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 เดือน โดยการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับสมาชิก และการนำอุปกรณ์ ตรวจวัดความเค็ม ไปประเมินอาหารที่สมาชิกรับประทาน โดยกิจกรรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กรกฎาคม 2567สมาชิกสามารถปรุงอาหารรสชาดเค็มอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยวัดจากค่าน้ำหนัก ดัชนีมวลกาย รอบเอว ความดันโลหิต และค่าน้ำตาลในเลือด
0.00 บาท -
ติดตามการออกกำลังกาย
ติดตามการออกกำลังกายของสมาชิก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที และส่งเสริมให้เกิดกลุ่มออกการออกกำลังกายขึ้นในชุมชน อย่างน้อย 4 แห่ง โดยกิจกรรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กรกฎาคม 2567สมาชิกมีกาารออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
0.00 บาท -
สรุปโครงการ
เล่มสรุปผลการดำเนินโครงการ จำนวน 2 เล่ม
31 กรกฎาคม 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 2567สรุปผลการดำเนินโครงการ
0.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน สนใจเข้าร่วมโครงการ และสามารถปรับเปลี่่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกายไปในทางที่ดีขึ้น ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ
